หน้าแรก ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย กนง.คงดอกเบี้ย1.50% ห่วงปัจจัยภายนอก-หนี้ครัวเรือน

กนง.คงดอกเบี้ย1.50% ห่วงปัจจัยภายนอก-หนี้ครัวเรือน

389
0
แบ่งปัน
กนง.
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 16 พ.ค. 2561 ว่าคณะกรรมการกนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยในการประชุมครั้งนี้ กรรมการ 1 ท่านลาประชุม

ในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการฯประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงส่งจากทั้งภาคต่างประเทศและอุปสงค์ในประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้นและดีกว่าที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ประเมินไว้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ

ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องติดตามความเสี่ยงบางจุดที่อาจสะสม ความเปราะบางในระบบการเงินได้ในอนาคต

โดยเฉพาะจากภาวะการเงินที่ผ่อนคลายเป็นเวลานาน โดยรวมคณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบันมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัว ของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้

เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงส่งจากการส่งออกสินค้าและ การท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว แม้ว่าการจ้างงานมีสัญญาณปรับดีขึ้น แต่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนหนึ่งเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ได้ส่งผลดีต่อรายได้ครัวเรือนและการจ้างงานอย่างทั่วถึง อีกทั้งหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง

คณะกรรมการฯ เห็นว่าปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขด้วยนโยบายเชิงโครงสร้าง

ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจและยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องโดยได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการภาครัฐ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยังมีความเสี่ยงจาก การเบิกจ่ายที่อาจล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความเสี่ยงภายนอกที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ มาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ประเมินไว้ โดยเป็นผลจากการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศและราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จากราคาอาหารสดที่อยู่ในระดับต่้าตามผลผลิตที่ออกมามากจากสภาพอากาศที่เอื้ออ้านวย อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่้า รวมทั้งยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต อาทิ การขยายตัวของธุรกิจ e-commerceและการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น สำหรับการคาดการณ์เงินเฟ้อของสาธารณชนโดยรวมปรับสูงขึ้น

ภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นบ้าง ขณะที่อัตรา ดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงอยู่ในระดับต่้า ท้าให้ภาคเอกชนยังสามารถระดมทุนได้ต่อเนื่อง โดยสินเชื่อ SMEs และ สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวเพิ่มขึ้น ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบดอลลาร์ สรอ. ปรับอ่อนค่าลง

อย่างไรก็ดี เงินบาทเทียบสกุลเงินของประเทศคู่ค้าคู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยในช่วงที่ผ่านมา ในระยะข้างหน้าอัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มผันผวน โดยมีสาเหตุหลักจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน การคลังและการค้าระหว่างประเทศของประเทศอุตสาหกรรมหลัก คณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไป

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงในบางจุดที่อาจจะสร้าง ความเปราะบางให้กับเสถียรภาพระบบการเงินได้ในอนาคต โดยเฉพาะพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทน ที่สูงขึ้น (search for yield) ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่้าเป็นเวลานาน ซึ่งอาจน้าไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่้ากว่าที่ควร (underpricing of risks)

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความสามารถในการช้าระหนี้ของภาคครัวเรือน และธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่้าและธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้างและรูปแบบการทำธุรกิจ

มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากปัจจัย ด้านต่างประเทศแตต่้องติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป โดยพร้อมใช้เครื่องมือเชิงนโยบาย ที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน ของประเทศ

ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่ากนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ตามที่ตลาดคาดไว้ นับเป็นการตรึงดอกเบี้ยครั้งที่ 24 ติดต่อกัน ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าและซื้อขายที่ระดับ 32.12 ต่อดอลลาร์ ภายหลังการลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์

นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียง 1.3% โดยเงินบาทอ่อนค่าลงจากระดับแข็งค่าในช่วงต้นปี หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนื่องและเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย