หน้าแรก ลงทุน มุมธุรกิจ กูรูชี้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เลย…บล็อคเชนมาแน่

กูรูชี้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เลย…บล็อคเชนมาแน่

434
0
แบ่งปัน
4 กูรูบ็ลอคเชนชี้บล็อคเชนเข้ามามีอิทธิพลกับการดำเนินชีวิตในสังคมและเศรษฐกิจแน่ เตรียมรับมือรอความเปลี่ยนแปลงกันได้เลย
 
งานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2018 จัดสัมนาในหัวข้อ Next Economy พูดคุยเรื่องทิศทางเศรษฐกิจไทยในอนาคตหลัง Blockchain กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญบนโลกดิจิทัลและสร้างผลกระทบต่างๆมากมาย โดยมี ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้ก่อตั้ง Bitcoin Center Thailand, ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส บลอคเชน, ปริญญ์ พานิชภักดิ์ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), แมกซ์ ก่อตระกูล กรรมการผู้บริหาร บมจ. สต็อค เรดาร์ แอนด์ คาร์โบเนียม ร่วมบรรยาย
 
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เผยว่า “next economy มันก็คือเศรษฐกิจยุคใหม่”
 
บนโลกนี้เศรษฐกิจยุคใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็น 10 รอบแล้ว พูดกันง่ายๆมันก็คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นแหละ ยุคนี้การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ในยุคเริ่มต้นที่ทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายก็คือโทรศัพท์มือถือ แต่หลังจากนั้นอินเตอร์เนต เข้ามาเปลี่ยนโลกอีกครั้ง ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลกันได้ง่ายเราติดต่อกันผ่านอีเมล์ในยุคเริ่มต้นของอินเตอร์เนต
 
“ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ทางไกลที่มีราคาแพงอีกต่อไป และยังหาข้อมูลได้ทุกอย่างบนโลกอินเตอร์เนต และต่อจากยุคอินเตอร์เนตเฟื่องฟู ก็เป็นจุดกำเนิดของสมาร์ตโฟน กลายเป็นว่าอินเตอร์เนตไปกับเราทุกที่ทุกเวลา”
 
“เราคุยกับใครที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อย่างมหาศาล แต่ว่ายุคหลังจากนี้มันเป็นยุคใหม่ขึ้นไปอีกแล้ว เพราะการมาของ Blockchain ซึ่งคนจะรู้จักในนาม Cryptocurrency มากกว่า”
 
“ในอนาคตผมมองว่า 3 สิ่งอย่าง Blockchain, Cryptocurrency และ Smartcontact จะเป็นสิ่งที่ผนวกกำลังและสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาเช่นความโปร่งใสทางข้อมูล ทุกวันนี้ Blockchain สามารถกระจายข้อมูลให้คนทั่วโลกได้อย่างสบายเลยทีเดียว”
 
ขณะที่ภูมิ ภูมิรัตน กล่าวว่า “ในอนาคตอันใกล้ Blockchain จะถูกหยิบมาใช้ในทุกมิติสังคม”
 
“เทรนด์ใหม่ที่ชัดเจนนี้จะทำให้เราไม่ต้องฝากสินทรัพย์ไว้ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งอีกต่อไปแล้ว ผมเชื่อว่าในอนาคตตัว Blockchain ทำได้แม้กระทั่งการจัดการเลือกตั้งแบบออนไลน์ที่มีความโปร่งใสเป็นอย่างมาก”
 
Blockchain ถ้าสามารถนำไปรวมกับเทคโนโลยีตัวอื่นจะทำให้เราได้ประโยชน์มากเลยทีเดียว ปัจจุบันมีเทคโนโลยีอย่าง IOT แต่ว่ามีข้อเสียคือสามารถถูกแฮคระบบง่ายมาก ปัจจุบันมีข้อมูลเยอะมากที่ถูกแฮคไปได้”
 
“แต่ถ้าเราเอา IOT มาควบรวมกับ Blockchain มันจะทำให้เกิดความปลอดภัยทางข้อมูลมากขึ้นไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแฮค หลายคนพยายามหาคำตอบว่าทำอย่างไร Blockchain ถึงจะเป็นที่นิยมในคนหมู่มากในระยะเวลาอันรวดเร็ว”
 
“ผมมองว่ามันอยู่ที่ความต้องการของพวกเราเองนั่นแหละ ถ้าทุกคนในองค์กรตั้งความหวังว่าอยากให้มีการบริหารจัดการในรูปแบบดิจิตอล เรียกร้องกันอย่างเยอะๆ และต่อเนื่อง มันไม่อย่างเลยที่เราจะเห็นการใช้งาน Blockchain แบบจริงจัง”
 
ด้านปริญญ์ พานิชภักดิ์ เผยว่า “คนที่เขียนโปรแกรม Blockchain ขึ้นมาทำให้ตลาดหลักทรัพย์มีคู่แข่ง”
 
“ในอดีตตลาดหลักทรัพย์ยืนหยัดแบบไม่มีคู่แข่งเลย แต่ Blockchain มันทำให้เกิดการระดมทุนแบบไม่ต้องผ่านตลาดหลักทรัพย์ ผมมองว่าในอนาคตเราอาจจะเห็นตลาดหลักทรัพย์มีด้วยกัน 2 แห่งก็อาจจะเป็นไปได้”
 
“ในอนาคตบริษัทยักษ์ใหญ่ถูกท้าทายจากธุรกิจขนาดเล็กแน่นอน”
 
“ข้อมูลของท่านในยุคดิจิตอลมันเป็นข้อมูลชั้นยอดสำหรับบรรดาธนาคาร ที่จะเข้ามาขายบริการต่างๆให้ท่าน เช่น ประกัน บัตรเครดิต ซึ่งตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะ มนุษย์เรากลายเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไม่ใช่ธนาคารกลางอีกต่อไปแล้ว”
 
“หลังจากที่ Blockchain เริ่มเข้ามามีบทบาท เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาส เทคโนโลยี Blockchain มันจะปฏิวัติทุกอย่างบนโลกให้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมขอเตือนไว้นิดนึงสำหรับคนที่จะเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสมือนจริงมันมีความเสี่ยงมาก”
 
“แต่ถ้าจะใช้มันกับธุรกิจเพื่อการต่อยอดก็เป็นเรื่องที่ดี ผมอยากจะบอกว่า Blockchain ไม่ได้มาเพื่อทำให้การเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่มาเพื่อเขย่าบริษัทใหญ่ที่ยังคงทำอะไรเดิมๆ ซึ่งมันจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราด้วยเช่น การหาแรงงาน, การแข่งขันที่รุนแรง และความคิดที่จะเปลี่ยนไป”
 
ส่วนแมกซ์ ก่อตระกูล ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “ตอนนี้ Blockchain ได้ตัดตัวกลางในการแลกเปลี่ยนออกไป”
 
“ทำให้เป็นเรื่องที่ดีในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจขนาดเล็ก ปัญหาคือเราจะทำอย่างไรในการสร้างคุณค่าให้สินค้าของเรา รู้ไหมว่าเราผลิตรถยนต์ได้เป็นอันดับ 12 ของโลก “
 
“แต่เรายังไม่มีแบนด์รถยนต์ของตัวเองที่เอาไปแข่งขันกับสากลได้เลยตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาควบคู่กับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี”