หน้าแรก คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล สหรัฐกดดันอิหร่านหนัก เสี่ยงสงครามตะวันออกกลางขยายวง

สหรัฐกดดันอิหร่านหนัก เสี่ยงสงครามตะวันออกกลางขยายวง

528
0
แบ่งปัน
ตะวันออกกลาง

กระทรวงการคลังสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านทันควัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกจับตามองว่า ไม่ใช่แค่การต่อต้านอิหร่าน แต่ยังมีเป้าหมายที่พุ่งไปยังซีเรีย ที่ส่งผลต่อความเสี่ยงซึ่งอาจจะขยายตัวในวงกว้างกระทบถึงสงครามในภูมิภาค

เพียง 1 วันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2015 โดยสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่ากำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มบุคคลและบริษัทที่เป็นท่อลำเลียงเงินสู่กองกำลัง Qods ให้กับกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน  

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐได้ร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ (UAE) เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายเส้นทางการเงินนี้ พร้อมกับกล่าวหาธนาคารกลางอิหร่านให้ความช่วยเหลือกลุ่มบุคคลและบริษัทดังกล่าวให้เข้าถึงดอลลาร์ผ่านธนาคารต่างชาติใน UAE โดยมิชอบ

เพื่อจัดหาดอลลาร์มาเป็นทุนสนับสนุนความเคลื่อนไหวการเหตุร้ายของกองกำลัง Qods แห่งกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (The Iranian Revolutionary Guard) นั้น ถูกใช้เป็นทุนและสนับสนุนทางอาวุธให้กับตัวแทนในภูมิภาคที่ถูกระบุว่าเป็น Regional Proxy Groups ด้วยการปกปิดการได้มาของเงินดอลลาร์ 

รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่าบุคคล 6 รายและบริษัท 3 แห่งถูกคว่ำบาตรภายใต้กฎหมายของสหรัฐซึ่งมีเป้าหมายพุ่งไปที่ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายระดับโลกที่อยู่ในบัญชีดำและเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวทางการเงินของอิหร่าน

ทั้งนี้ ในปี 2015 มีรายงานเกี่ยวกับกระแสเงินอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ ถูกลักลอบส่งเข้าไปยังอิหร่าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยส่งผ่านทางกลุ่มธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราและธนาคารตัวแทนในดูไบและอิรัก

นอกจากนี้ ยังชี้ว่าธนาคารกลางอิหร่านได้ร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายที่ถูกคว่ำบาตรในหนทางให้ได้ดอลลาร์ หรือเป็น Business with the currency network

เนื่องจากการคว่ำบาตรครั้งสุดท้ายเป็นเวลานานถึง 6 ปีที่อิหร่านถูกตัดออกจากระบบชำระเงินโลกที่เรียกว่า SWIFT จนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินที่เป็นดอลลาร์อย่างถูกกฎหมายได้ แต่มาตรการคว่ำบาตรซึ่งเป็นสัญญาณที่ส่งออกมาจากกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อวันพฤหัสฯ นั้น เป็นความพยายามที่จะตัดอิหร่านออกจากวงจรของเศรษฐกิจโลก (Global Economy)

ในขณะที่การเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง ซึ่งไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เร่งรัดพันธมิตรในยุโรป เอเชียและตะวันออกกลาง ให้กดดันอิหร่านคืนสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธ

ทางด้านรัฐบาลอิหร่านและสหภาพยุโรปเตรียมจัดประชุมในวันอังคารหน้าในระดับรัฐมนตรี ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมทั้งหัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่สหรัฐประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

ขณะเดียวกันรัสเซียควงแขนอิหร่านยังคงเดินหน้าร่วมมือข้อตกลงนิวเคลียร์ ที่เป็นข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยแผนปฏิบัติการอย่างครอบคลุม โดยที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้เรียกร้องให้ประเทศที่ทำหน้าที่ตรวจตราข้อตกลงหามาตรการที่จะปกป้องข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพในภูมิภาคท้ายที่สุด