หน้าแรก ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย ส่องแบงก์พาณิชย์ไตรมาสแรก กำไรสุทธิลด-หนี้เสียทรงตัว

ส่องแบงก์พาณิชย์ไตรมาสแรก กำไรสุทธิลด-หนี้เสียทรงตัว

521
0
แบ่งปัน
ผลดำเนินการแบงก์ไตรมาสแร
แบงก์ชาติสรุปผลดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง หนี้เสียทรงตัว ขณะกำไรสุทธิลดลงจากค่าใช้จ่ายดำเนินการและกันสำรอง ฐานะยังแข็งแกร่ง มีเงินสำรอง-กองทุนระดับสูง เพียงพอรองรับขยายตัวสินเชื่อ

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่าผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1 ปี 2561 ว่าสินเชื่อของระบบธนาคารพาณชิย์ ขยายตัวต่อเนื่องจากสิ้นปี สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ คุณภาพสินเชื่อทรงตัว กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและการกันสำรอง

ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีเสถียรภาพ มีเงินสำรอง เงินกองทุน และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สามารถรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในระยะต่อไปได้

สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ 4.4% มาอยู่ที่ 4.7% เมื่อเทียบระยะเวลาเดียวกันปีก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัวจากพอร์ตสินเชื่อ SME ที่กระจายตัวมากขึ้นในหลายธรุกจิ

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังมีการชำระคืนหนี้ ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวในทุกพอร์ต สินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ที่ขยายตัวเร่งขึ้นต่อเนื่อง ภาพรวมการระดมทุนผ่านสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์และตราสารหนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 4.7% มาอยู่ที่ 5.1%

สินเชื่อธุรกิจ (66.7% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัว 3.6% เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจ SME ที่กระจายตัวมากขึ้นในหลายประเภทธุรกิจ โดยสินเชื่อธุรกิจ SME (ไม่รวมธุรกิจการเงิน) ขยายตัวที่ 7.4% จากธุรกิจพลังงานและอาหาร ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (ไม่รวมธุรกิจการเงิน) หดตัวที่ 2.6% เนื่องจากบางส่วนมีการชำระคืนสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ กอปรกับพึ่งพาทางเลือกในการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้นมากขึ้น

แม้ว่าธุรกิจขนาดใหญ่บางธุรกิจยังมีการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น อาทิ ธุรกิจ อาหาร สำหรับสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวขึ้นจากทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และ SME เช่นเดียวกับการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้น

สินเชื่ออุปโภคบริโภค (33.3% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.1% จากทุกพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ที่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 10.6% สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เติบโตต่อเนื่องหลังสิ้นสุดระยะเวลาการถือครองรถยนต์คันแรก 5 ปี ประกอบกับ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวนมาก

สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ขยายตัวได้ที่ 5.8% 5.3% และ 6.9% ตามลำดับ

คุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan : NPL) ต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่ 2.92% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 2.91% โดยมียอดคงค้าง Gross NPL ที่ 443 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากสิ้นปี 2560

ขณะที่ NPL ของสินเชื่อธุรกิจ SME และสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังเพิ่มขึ้น สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan : SM) ลดลงมาอยู่ที่ 2.32% จากสิ้นปีที่ 2.55% โดยมียอดคงค้างทั้งสิ้น 353 พันล้านบาท

ผลดำเนินการแบงก์ไตรมาสแร

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์กันเงินสำรองเพื่อสร้างความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินสำรอง 622 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 20.8 พันล้านบาท และสัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 176%

ในไตรมาส 1 ปี 2561 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกัน ปีก่อนจากกำไรจากการขายเงินลงทุนและรายได้ค่านายหน้าจากการขายหลักทรัพย์เป็นสำคัญ

ขณะที่ กำไรสุทธิลดลงจากค่าใช้จ่ายด้าน IT และการตลาด รวมถึงการกันสำรอง ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Return on Asset : ROA) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.07% จาก 0.9% ในไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย (Net Interest Margin: NIM) ลดลงจาก 2.75% มาอยู่ที่ 2.66% จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ลดลง

ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 2,434 พันล้านบาท ลดลง 17.9 พันล้านบาท จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของ เจ้าของ (Common Equity Tier 1 : CET1 ratio) ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 18.0% และ 15.4% ตามลำดับ