หน้าแรก ทิศทางเศรษฐกิจ ธุรกิจโลก ไม่มี’แบรนด์’ = แบรนด์

ไม่มี’แบรนด์’ = แบรนด์

470
0
แบ่งปัน
สตาร์ทอัพอย่าง Brandless กับ M/F People กำลังเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์เสียใหม่ ด้วยการขายสินค้าไฮเอนด์ในบรรจุภัณฑ์เรียบๆ และผลิตภัณฑ์ชำระล้างร่างกายแบบไม่ระบุเพศ

ทินา ชาร์กีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของสตาร์ทอัพ Brandless บอกว่าบริษัทกำลังให้นิยามใหม่เกี่ยวกับความหมายของแบรนด์ โดย Brandless ขายสินค้าจำเป็นในระดับไฮเอนด์ด้วยแพคเกจที่เรียบๆ ในราคาชิ้นละ 3 ดอลลาร์

Brandless ไม่ได้เป็นรายเดียวที่ทำเช่นนี้ ในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกเต็มไปหมดแถมชีวิตยังยุ่งเหยิง เลยพาให้เหน็ดเหนื่อยกับแบรนด์ที่บรรยายสิ่งต่างๆ มากมาย หลังจากแบรนด์ต่างๆ พากันเล่าถึงความดีงามของสินค้าตนเองมาหลายสิบปี สตาร์ทอัพยุคใหม่เห็นว่าถึงเวลาของการสงบถ้อยคำ

M/F People เป็นสตาร์ทอัพเครื่องสำอางและเสื้อผ้าที่ก่อตั้งเมื่อปีที่แล้ว จากไอเดียที่ว่าทุกคนตื่นขึ้นมาแล้วก็ทำอย่างเดียวกัน เหตุใดจึงต้องแปะป้ายชื่อยี่ห้อด้วยเล่า “มีป้ายยี่ห้อเพียงเพื่ออาบน้ำ แปรงฟัน และแต่งตัวแค่นั้นเหรอ” เกรก อัลเทอร์แมน ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพรายนี้ ตั้งคำถาม

M/F เลยเข้ามาทำให้ทุกเช้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระบุเพศ ตั้งแต่ยาสีฟันชาร์โคลไปจนถึงเสื้อแบบพรีเมียม

ชาร์กีย์บอกว่าการขจัดสิ่งที่เรียกว่า “ภาษีแบรนด์” ทำให้บริษัทส่งผ่านการประหยัดเงินเหล่านี้ไปยังผู้บริโภคได้

นักวิเคราะห์มองว่าสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับ Brandless และ M/F People คือการไม่ทำตามสัญชาติญาณของนักการตลาดที่จะต้องเติมพื้นที่ว่างรอบผลิตภัณฑ์ เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ เหมือนที่ชาร์กีย์บอกว่า “ซอสแอปเปิ้ลก็คือซอสแอปเปิ้ล ใครบอกว่าเป็นขนมเด็กล่ะ”

Brandless เปิดโอกาสให้ลูกค้าโชว์ว่าใช้สินค้าอย่างไรทางอินสตาแกรม ในทำนองเดียวกัน โทนสีที่เรียบของ M/F ทำให้ความสนใจพุ่งไปที่ผู้สวมใส่ ไม่ใช่เสื้อผ้า

Brandless ขายสินค้าทุกชิ้นในราคา 3 ดอลลาร์และมีให้สมัครสมาชิกซึ่งไม่คิดค่าส่งสินค้า อันยิ่งทำให้บริษัทได้เปรียบ เพราะขจัดข้อเปรียบเทียบค่าจัดส่งกับบริษัทอื่นไปเลย ส่วน M/F เสนอผลิตภัณฑ์อาบน้ำทุกอย่างในกลิ่นเดียว ซึ่งตัดความยุ่งยากในตัวผลิตภัณฑ์ไปได้เยอะ

บรรจุภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์ยังสื่อสารว่าต้องการสร้างความรู้สึกสงบให้แก่ผู้ใช้ ด้วยรูปทรงเรียบง่ายสไตล์ minimalism แทนที่จะแข่งกันด้วยสีและรูปทรง

สำหรับอัลเทอร์แมน ความพยายามลดกระแสเสียงที่ไม่จำเป็นถือเป็นความชอบส่วนตัว เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วอัลเทอร์แมนซึ่งก่อตั้ง Alternative Apparel เกิดเลือดออกในสมองและระหว่างการพักฟื้นเขาต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ตัวเขาเองนั้นอ่อนไหวเรื่องสีและเสียงมาก ดังนั้นพอมาเริ่มธุรกิจใหม่จึงดึงความสงบแนวเซ็นมาใช้ อันเป็นสิ่งที่เขามองว่าลูกค้ากำลังโหยหา