Home เงินทอง เงินกู้ กยศ.จับมือตลท.เร่งให้ความรู้การเงิน หลังยอดค้างชำระหนี้พุ่ง2.1ล้านราย

กยศ.จับมือตลท.เร่งให้ความรู้การเงิน หลังยอดค้างชำระหนี้พุ่ง2.1ล้านราย

378
0
SHARE
กยศ.ร่วมมือ ตลท. ให้ความรู้ผู้กู้ยืม

กยศ. แถลงความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ความรู้วางแผนการใช้จ่ายเงิน สร้างวินัยการออม ทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสม แก่บุคลากร นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม และศิษย์เก่า กยศ. หวังวางรากฐานความมั่นคงทางการเงิน และจิตสำนึกในการชำระหนี้เพื่อส่งต่อโอกาสแก่รุ่นน้อง

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งเสริมความรู้เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่บุคลากร นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม และศิษย์เก่า กยศ. สนับสนุนการวางแผนการใช้จ่ายเงิน สร้างวินัยการออม ทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนชำระคืนเงินกู้ยืมให้กองทุนตามกำหนด

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ส่งเสริมโครงการ Happy Money Happy Retirement ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ พร้อมทั้งมีการเผยแพร่องค์ความรู้ และสื่อการเรียนรู้ของตลาดหลักทรัพย์ด้านการออม การลงทุน เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ทางการเงินให้ประชาชนอยู่เสมอ

“เชื่อว่าหากนักเรียนมีความรู้ทางการเงินที่ดี จะรู้ว่าต้องบริหารการชำระหนี้อย่างไร ทำให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดี” นายภากร กล่าว 

ด้าน นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนมีนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมได้รับโอกาสทางการศึกษากว่า 5.4 ล้านราย คิดเป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2.1 ล้านราย 

ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. ขณะนี้มีผู้กู้ยืมที่อยู่ในช่วงปลอดหนี้ (2 ปีหลังจากจบการศึกษา) จำนวน 1 ล้านราย

ผู้ชำระหนี้เสร็จสิ้น 8 แสนราย, ผู้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพรวม 5 หมื่นราย, ผู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านราย คิดเป็นเงินให้ยืม 4 แสนล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือผู้ที่ชำระหนี้ปกติ 1.4 ล้านราย และผิดนัดชำระหนี้ 2.1 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 6.8 หมื่นล้านบาท 

ทั้งนี้ในจำนวนผู้ผิดนัดชำระหนี้ แบ่งเป็นผู้ผู้ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดี 1 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 1.7 หมื่นล้านบาท และกลุ่มผู้ดำเนินคดี 1 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 5.1 หมื่นล้านบาท

ส่วนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 มาตรา 51 ในการให้อำนาจ กยศ. เข้าถึงข้อมูลของผู้กู้ยืมจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนเพื่อนำส่งกรมสรรพากรสามารถทำได้แล้ว

โดยเริ่มต้นจาก กรมบัญชีกลาง ซึ่งหน่วยงานนำร่อง โดยวางแผนที่จะดำเนินการต่อที่กระทรวงการคลัง และหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐที่รับเงินจากกรมบัญชีกลางทั้งหมด ส่วนภาคเอกชน เริ่มมีการดำเนินงานในต้นปี 2562

นายชัยณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการผิดชำระหนี้ กยศ. มากขึ้น ทำให้ ผู้ค้ำประกัน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามหนี้จาก นักเรียน นักศึกษา ซึ่งทำให้มีการติดต่อเข้ามาพูดคุยกับทางกองทุนฯ และมีผู้ชำระหนี้เพิ่มขึ้น จากเดิมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ ที่มีผู้ชำระหนี้คืนประมาณเพียง 5 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 หมื่นล้านบาทต่อปี 

“เชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีจิตสำนึกที่ดีและต้องการชำระเพื่อส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้อง แต่ขาดความรู้ด้านการวางแผนการเงินและขาดวินัยทางการเงิน จึงทำให้ค้างชำระหนี้”

การเข้าร่วมมือระหว่าง กยศ. และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการออม การจัดการเงินให้แก่คนไทย เริ่มตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของกองทุน ประกอบด้วย นักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรี จนถึงศิษย์เก่า มีวินัยทางการเงิน ตลอดจนจิตสำนึกความรับผิดชอบในการชำระหนี้กองทุนฯ ต่อไป