Home ลงทุน มุมธุรกิจ กระแสปัง! ยอดจอง JFin Coin พุ่ง แค่วันเดียวขายแล้ว 81%

กระแสปัง! ยอดจอง JFin Coin พุ่ง แค่วันเดียวขายแล้ว 81%

562
0
SHARE
เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊ค Jfin Coin
การเปิดขายโทเคน JFin ผ่านวิธีการระดมทุนแบบใหม่ที่เรียกว่า ICO ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) JMART เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกในรอบ Presale ปรากฏว่าสามารถขายได้มากกว่า 81% จากจำนวนที่เสนอขายทั้งหมด 100 ล้านโทเคน

ICO หรือ Initial Coin Offering คือวิธีการระดมทุน ที่ผู้ขายเหรียญ หรือ โทเคน (Token) ต้องการนำเงินไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเริ่มต้นโปรเจกต์ต่าง ๆ โดยจะมี White paper เป็นเอกสารที่บรรยายถึงแนวคิดและโมเดลธุรกิจ โดยนักลงทุนจะศึกษาข้อมูลจากเอกสารดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน

ก่อนหน้านี้ กลุ่ม JMART ถูกจับตามองเป็นพิเศษถึงการระดมทุนในครั้งนี้ เนื่องจากการซื้อขายเหรียญ โทเคน หรือ เงินสกุลดิจิทัลในประเทศไทย ก็ยังไม่มีกฎหมายใด ๆ รองรับ หรือแม้แต่วิธีการระดมทุนแบบ ICO ก็ไม่มีกฎหมายใดออกมากำกับดูแล ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้ ในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ดี เจ เวนเจอร์ส ยังคงเดินหน้าถึงแผนการระดมทุนตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า (อ่าน : เจ เวนเจอร์ส นำร่องระดมทุน ICO ด้วยดิจิทัล โทเคน JFin)

 โดยการเปิดขาย Presale ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นวันแรกนั้น เรียกได้ว่ากระแสมาแรงมาก โดยพบว่ามีความสนใจเกินความคาดหมาย จากจำนวนที่เสนอขายทั้งหมดในรอบนี้จำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน ปรากฏว่าสามารถขายได้มากกว่า 81% แล้ว

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า ถือเป็นการตอบรับอย่างท่วมท้น สะท้านวงการ Fintech โดยบริษัทฯ มุ่งหวังที่จะเข้ามาสร้างปรากฎการณ์ของเทคโนโลยีทางด้านการเงินในรูปแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยี Blockchain

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน ICO ครั้งนี้ บริษัท เจ เวนเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของเจมาร์ท จะนำไปใช้พัฒนาระบบ Digital Lending Platform (DDLP) ต่อยอดความสำเร็จธุรกิจในกลุ่มเจมาร์ท และเชื่อมั่นว่า ภาพของกลุ่มเจมาร์ท Digitalization ในอนาคตจะเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ เวนเจอร์ส กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง หรือ Decentralized Digital Lending Platform ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีความปลอดภัยสูง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง

ขณะที่ White paper ฉบับปรับปรุงล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุถึงแผนการใช้เงินจากการออกเสนอขายดิจิทัลโทเคน 75% สำหรับการนำไปพัฒนาระบบ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ถือโทคน ซึ่งหมายรวมถึงการลงทุนพัฒนาระบบ Blockchain, Credit Scoring, Crypto-Wallet, Big Data Analysis, Mergers and Acquisitions, การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น

ส่วนอีก 20% สำหรับการบริหาร การจัดการ การวิจัย และการออกโปรแกรมทางการตลาด และ 5% สำหรับการใช้ในกิจกรรมอื่นๆ กฏหมาย และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ JFin Coin ออกมาทั้งหมด 300 ล้านเหรียญ แต่จะนำมาทำ ICO ก่อน จำนวน 100 ล้านเหรียญ ที่ราคา 6.60 บาทต่อโทเคน ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินระดมทุนประมาณ 660 ล้านบาท กำหนดเปิดขาย Presale วันแรก 14 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2561 และเปิดขายรอบ Initial Coin Offering (ICO) จริงในวันที่ 1 มีนาคม – 31 มีนาคม  2561