Home ลงทุน มุมธุรกิจ “โฟโต้แฟร์”ลั่นท้าชน”มือถือ” เชื่อตลาดกล้องถ่ายภาพยังเติบโต

“โฟโต้แฟร์”ลั่นท้าชน”มือถือ” เชื่อตลาดกล้องถ่ายภาพยังเติบโต

466
0
SHARE

“สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ” เตรียมจัดงาน “โฟโต้แฟร์” แม้มือถือที่มาพร้อมกล้องคุณภาพสูงจะเข้ามาในตลาด “กล้องถ่ายภาพ” แต่เชื่อว่ากล้องถ่ายภาพ ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด”การถ่ายภาพเชิงธุรกิจ”อยู่ ตั้งเป้างานครั้งนี้ ให้ส่งเสริมไปสู่งานแสดง”นวัตกรรการถ่ายภาพ” ระดับเอเซีย

นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ในฐานะผู้จัดงาน”โฟโต้แฟร์” แถลงข่าวจัดงาน Photo Fair 2019  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2562 ที่ ไบเทค บางนา ซึ่งจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 30 ภายใต้แนวคิด “Share Your Wonder แชร์ความมหัศจรรย์แห่งการถ่ายภาพ”

นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพความคมชัดสูงซึ่งต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพดิจิทัล แต่ในภาพรวมตลาดกล้องดิจิทัลยังคงมีการเติบโต อยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง สังเกตุได้จากการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ของผู้ผลิตกล้องดิจิทัลรายต่างๆ ที่มุ่งเน้นในเรื่องของนวัตกรรมเพื่อมาตอบสนองความต้องการของช่างภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ โดยเน้นเรื่องการตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพโดยเฉพาะการนำภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัลเชื่อมต่อเข้าสู่โทรศัพท์และโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์

กล้องถ่ายภาพยี่ห้อต่างๆมีการตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชอบเฉพาะถ่ายได้มากยิ่งขึ้น เช่น การถ่ายภาพเพื่อโพสต์ขายสินค้าออนไลน์ และการตอบสนองกลุ่มที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทัลน้ำหนักเบา รวมถึงกลุ่มที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอาหารและรีวิวสินค้า ซึ่งยังคงมีความต้องการใช้กล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง รวมถึงบางรุ่นสามารถพับหน้าจอเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดกล้องดิจิทัลยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ข้อแตกต่างหนึ่งที่กล้องถ่ายภาพบนโทรศัพท์มือถือยังคงแตกต่างจากกล้องดิจิทัล คือ ความรวดเร็วในการบันทึกภาพ ที่ช่างภาพมืออาชีพยังคงต้องใช้ เช่น การถ่ายภาพกีฬาระยะไกล และคุณภาพของภาพที่ยังคงมีรายละเอียดที่ดีกว่าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเหมาะสมกับธุรกิจที่ต้องการรายละเอียดของภาพ อาทิ รายละเอียดของผิวคน หรือแม้กระทั่งรายละเอียดของตัวสินค้า ที่ห้างร้านต่างๆยังคงต้องการ

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้องถ่ายภาพบนโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก และบริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพก็สรรหาวิธีการต่างๆในการแบ่งสัดส่วนทางการตลาดในตลาดกล้องดิจิทัลอยู่แม้มือถือจะเข้ามามีส่วนในการลดจำนวนผู้ใช้ลงก็ตาม

“สำหรับธุรกิจการถ่ายภาพในแต่ละปีมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท นอกเหนือจากกล้องดิจิทัลแล้ว ยังมีเครื่องมือการจัดพิมพ์ภาพต่างๆเข้ามาประกอบด้วย โดยสมาคมฯจัดงบประมาณหลายล้านบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจการถ่ายภาพ เพื่อยกระดับธุรกิจการถ่ายภาพไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลก และ ยกระดับงาน Photo Fair ไปสู่การแสดงนวัตกรรมทางการถ่ายภาพระดับเอเซีย” นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ

ด้าน นายอวิรุทธ์ งามศิลปเสถียร ผู้ช่วยนายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ระบุว่า งาน Photo Fair เป็นการจำลองงาน Photokina(โฟโตกินา) ซึ่งเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการถ่ายภาพระดับโลก ดังนั้นสมาคมฯจึงจำลองงานดังกล่าวมาอยู่ในประเทศไทย แต่ในงาน Photokina ไม่มีการซื้อขายสินขายภายในงาน ซึ่งในประเทศไทยมีการเพิ่มการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาด้วย

ความท้าทายหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้ คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้คนเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ เนื่องจากการเข้ามาของโลกออนไลน์ ดังนั้นจึงมีการจัดโปรโมชั่นที่เหนือกว่าการซื้อขายทางออนไลน์ต่างๆรวมถึงการจัดกิจกรรมพิเศษที่มีเฉพาะในงานและการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเข้ามาร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับโปรโมชั่นกลางภายในงานที่จะจัดขึ้น จากการตอบแบบสอบถามและการทำวิจัยผู้ร่วมงานในปีที่ผ่านมา โดยทางสมาคมได้จัด บัตรแทนเงินสดต่างๆเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยภายในงาน รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของธนาคารต่างๆในการมอบโปรโมชั่นและอัตราการผ่อนที่มากกว่าการขายบนโลกออนไลน์ จึงเชื่อว่าจะสามารถชนะและดึงคนเข้ามายังงานได้รวมถึงความคาดหวังว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 จะเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยของผู้เข้าร่วมงานได้

โดยสมาคมฯจะมีการวางแผนและพูดคุยกับห้างร้านต่างๆ เพื่อมอบของรางวัลและของกำนัลให้กับผู้ที่จับจ่ายใช้สอยภายในงานไม่ว่าจะเป็นมัลดีฟ , ภูเก็ต , เชียงใหม่ และ เชียงราย ซึ่งมีการร่วมมือกับสายการบินต่างๆในการมอบรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินในการท่องเที่ยวได้อีกด้วย อีกทั้งสมาคมอยากได้ตั้งงบประมาณมูลค่าถึงกว่า 7 แสนบาทในการมอบรางวัลเป็นรถยนต์สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าภายในงาน รวมถึงมีการจับรางวัลชิงกล้องมืออาชีพสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานอีกด้วย

“นอกเหนือจากโปรโมชั่นการส่งเสริมการขายทางสมาคมจะทำการเก็บสถิติการตลาดไว้ให้สำหรับบริษัทห้างร้านและนำไปใช้ในการวางแผนการตลาดในอนาคต ซึ่งสมาคมจะมีการเก็บรักษาข้อมูลต่างๆที่เป็นความลับไว้ให้กับห้างร้านต่างๆด้วย” นายอวิรุทธ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมต่างๆภายในงานจะมีการประกวดการถ่ายภาพซึ่งจัดขึ้นทุกปีรวมถึงในปีนี้ได้มีการเพิ่มการจัดการถ่ายวีดีโอภายในงานโดยตั้งเป้าหมายให้กลุ่มบลอคเกอร์และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพวีดีโอเข้ามาถ่ายวีดีโอ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และชิงรางวัลหลังจากจบงาน และในเวทีหลักจะมีการนำช่างภาพระดับโลกไม่ว่าจะเป็นช่างภาพและช่างวีดีโอมาให้ความรู้ให้กับผู้ที่ต้องการเรียนรู้และต้องการที่จะเป็นช่างภาพมืออาชีพระดับโลก

กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดสำหรับงานในครั้งนี้ แบ่งงบประมาณออกเป็น 2 ส่วน นั้นก็คือ ส่วนของสื่อสังคมออนไลน์ร้อยละ 70 และสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิทยุ , ป้ายโฆษณา และรวมถึงป้าย LED ในสถานที่ต่างๆอีกร้อยละ 30 โดยการแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน แบ่งเป็น ขั้นที่ 1 คือสร้างการรับรู้ และขั้นที่ 2 คือ การดึงดูดให้มีความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยภายในงาน

สำหรับภายในงาน Photo Fair 2019 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2562 ที่ ไบเทค บางนา จะมีร้านค้าและบูธขายของจากบริษัท-ห้างร้านต่างๆมาจัดโปรโมชันมากมายกว่า 150 บูธ รวมถึงมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายและการจัดอบรมความรู้ในการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพจากหลากหฃายสายงาน อาทิ การถ่ายภาพอาหาร , บุคคล , สินค้าและโฆษณา เป็นต้น