Home กองทุน กสิกรออกกองทุนใหม่ เน้นลงทุนในเทรนด์ฮิตทั่วโลก เปิดขาย 9-19 ก.ค.นี้

กสิกรออกกองทุนใหม่ เน้นลงทุนในเทรนด์ฮิตทั่วโลก เปิดขาย 9-19 ก.ค.นี้

1375
0
SHARE

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมมือกับ Allianz Global Investor ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก ออกกองทุนเปิดเค โกลบอล ไฮ อิมแพ็ค ธีมาติก หุ้นทุน ระดมทุนเข้าลงทุนในบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตไปกับเมกะเทรนด์ของโลก มูลค่ากองทุน 2,200 ล้านบาท เตรียมเปิดขายครั้งแรก 9 – 19 ก.ค.นี้

นางสาวศิริพร สุวรรณการ Managing Director, Financial Advisory Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ช่วงชะลอตัว ทำให้กลยุทธ์ในการลงทุนต้องเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน เราจะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อต่ำลง ประกอบกับเศรษฐกิจโลกก็เติบโตช้าตามไปด้วยเช่นกัน ทำให้ความคาดหวังในเรื่องผลตอบแทนการลงทุนของนักลงทุนต้องปรับลดตามไปด้วย แต่เความเสี่ยงกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยากต่อการลงทุน

สำหรับปัจจุบันเรามีลูกค้าทั้งสิ้น 12,000 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีเงินมากกว่า 50 ล้านบาท จึงวิเคราะห์ได้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนที่รวยอยู่แล้ว ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนที่เราจะทำคือ ปรับการลงทุนให้กับลูกค้า ซึ่งเป้าหมายคือรักษาฐานะของลูกค้าไว้ก่อน แล้วจึงค่อยสร้างความร่ำรวยตามมา

กองทุนเปิดเค โกลบอล ไฮ อิมแพ็ค ธีมาติก หุ้นทุน จะเป็นกองทุนที่ทำให้ลูกค้าสามารถลงทุนในหุ้น และสามารถผ่านวัฎจักรเศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปได้ ซึ่งถ้าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจดีนั้นการลงทุนจะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถลงทุนที่ไหนก็ได้

แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ภาวะเช่นนั้น ซึ่งผู้ชนะเท่านั้นที่จะสามารถได้ผลตอบแทนในอัตราที่น่าพอใจ กองทุนนี้จึงเลือกการลงทุนที่ล้อกับ 4 เมกะเทรนด์ของโลกโดยลงทุนเป็นธีม ซึ่งประกอบด้วย 1.เทรนด์สังคมผู้สูงอายุ 2.เทรนด์นวัตกรรมและเทคโนโลยี 3. เทรนด์การขยายตัวเข้าสู่เมือง 4.เทรนด์การขาดแคลนของธรรมชาติ ซึ่งการลงทุนในเทรนด์ทั้ง 4 ประเภทนี้ จะช่วยสร้างความเติบโตในอนาคตได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามการลงทุนแบบเป็นธีม เกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยมีธีมที่น่าสนใจอย่างธีม AI, Robotic และ Digital life เป็นต้น ทางเรายังมองว่าเทรนด์ประเภทนี้ยังคงอยู่ แต่จะเป็นแบบมา ๆ ไป ๆ ซึ่งกองทุนเปิดเค โกลบอล ไฮ อิมแพ็ค ธีมาติก หุ้นทุน จะลงทุนในธีมที่น่าสนใจอย่างน้อย 5-7 ธีม

โดยจะมีผู้จัดการกองทุนคอยคัดสรรค์ธีมเด่น 5 ธีม ณ ช่วงเวลานั้นเข้ามาอยู่ในกองทุน และเลือกหุ้นที่ดีที่สุดเข้ามาอยู่ในกองทุน 15-20 ตัว ซึ่งจุดเด่นคือสามารถกระจายความเสี่ยงได้ และมีการเปลี่ยนธีมธุรกิจใหม่ ๆ อย่างน้อย 1 ธีม ในทุก ๆ ปี เมื่อธีมที่ลงทุนอยู่เดิม เริ่มเติบโตค่อนข้างจำกัดและมีความน่าสนใจลดลง

นอกจกากนี้ยังเป็นกองทุนที่เข้าไปลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยไม่จำกัดทั้งขนาดและกลุ่มอุตสาหกรรม โดยผสมผสานเทคนิคการลงทุนทั้งการวิเคราะห์ในเชิงมหภาค และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อคัดเลือกหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ ซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงด้วยเช่นกัน

ส่วนกลยุทธ์การคัดเลือกธีมการลงทุน จะมีการพิจารณาด้วยกัน 4 ข้อดังนี้

1.พิจารณาเทรนด์หลัก ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงให้กับโลกในระยะเวลา 20 – 100 ปีข้างหน้า เช่นการขยายตัวของความเป็นเมือง

2.คัดเลือกธีมลงทุนที่มีความชัดเจนมากพอที่จะค้นหาธุรกิจที่สามารถลงทุนได้ และสร้างผลกระทบต่อคนทั่วโลก ในระยะเวลา 5-20 ปี ข้างหน้า เช่น ธีมเมืองแห่งเทคโนโลยีหรือเมืองอัจฉริยะ

3.คัดเลือกหัวข้อการลงทุนย่อย โดยจะเลือกธุรกิจที่มีการดำเนินงานที่ดีและให้ผลตอบแทนชัดเจน มีสินค้าและบริการที่มีผู้ใช้งานจริง และสร้างผลกระทบต่อคนทั่วโ,กในระยะเวลา 2-5 ปีข้างหน้า เช่น ธุรกิจยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า

4.คัดเลือกหุ้นรายตัว โดยจะเน้นหุ้นบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

สงครามการค้ายังไม่มีทีท่าชัดเจนว่าจะยุติเมื่อไร จึงมองการลงทุนช่วงนี้อยู่ในช่วงระวังตัว

จากภาวะสงครามการค้าที่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างชัดเจน และพร้อมเปลี่ยนท่าทีอยู่เสมอ ทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นลงอย่างที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา จึงมองการลงทุนในช่วงนี้เป็นช่วงระวังตัว ซึ่งเรามองว่าที่ผ่านมาหุ้นขึ้นรับข่าวดีของสงครามการค้ามากเกินไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาจริงเช่นท่าทีที่แสดงออกมา

สงครามการค้าเองก็ยังไม่มีใครทราบได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เราจึงแนะนำการลงทุนให้อยู่ในขาระวัง และไม่แนะนำให้ลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นอีก เพราะ เชื่อว่าหุ้นขึ้นรับข่าวดีมากเกินไปแล้ว ซึ่งเราอยากเห็นความคืบหน้าในการเจรจาสงครามการค้าให้จบภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า

ถ้าสมมุติฐานดังกล่าวที่หวังไว้เกิดขึ้นจริง จะทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก และเราจะสามารถลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นได้ โดยแนะนำเพิ่มสัดส่วนของหุ้นจีน และลดสัดส่วนของหุ้นสหรัฐฯ ในพอร์ตการลงทุนลง

แต่ถ้าเป็นทางตรงกันข้ามที่สงครามการค้ายังไม่จบ และธนาคารกลางสหรัฐฯไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ก็ต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนจากปัจจุบันด้วยเช่นกัน โดยจะนั้นเข้าไปลงทุนในทองคำ และตราสารหนี้มากขึ้น ซึ่งเรายังมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ภายในเดือน ก.ย.นี้ เราจะมีการออกกองทุนใหม่ขึ้นอีกโดยจะเน้นเข้าไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศที่ไม่ใช่หุ้น ซึ่งเราจะค่อย ๆ ขยับการลงทุนของลูกค้าของเราให้เข้าไปลงทุนใน Real Asset มากขึ้น เพราะยังเชื่อว่าจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และยังสามารถสร้างวินัยในการลงทุนระยะยาวให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดี ที่จะทำให้เรามีเงินมากขึ้นในการนำไปซื้อสินทรัพย์ และลงทุนยังต่างประเทศ ซึ่งเรามองการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยบวกสำหรับการลงทุน

ทั้งนี้ กองทุนเปิดเค โกลบอล ไฮ อิมแพ็ค ธีมาติก หุ้นทุน เป็นกองทุนที่มีทุนจดทะเบียนโครงการจำนวน 2,200 ล้านบาท โดยจะเปิดขายครั้งแรกในวันที่ 9-19 ก.ค.นี้