Home กองทุน เลือกกองทุน จับจังหวะลงทุนกองทุนน้ำมัน

จับจังหวะลงทุนกองทุนน้ำมัน

776
0
SHARE
NAV กองทุนน้ำมัน
ที่มา : NAV กองทุนน้ำมัน จาก WealthMagik

น้ำมันจัดเป็นสินค้าการเมืองระดับโลกมาช้านาน ดังนั้น จึงมีความผันผวนค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทอื่นๆ แต่ถึงอย่างไรก็ถือเป็นสินค้า “จำเป็น” ในระบบเศรษฐกิจโลก และเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่นเดียวกับโอกาสขาดทุนสูงเช่นเดียวกัน

ความผันผวนที่เกิดขึ้นในจะเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทะยานขึ้น และดึงสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวกับน้ำมันทะยานตามไปด้วย ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมีันที่มีการบริหารจัดการที่ดีมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็ปรากฏว่าในช่วงปลายๆปี ราคาน้ำมันกลับดิ่งลงอย่างรุนแรง ทั้งๆที่ คาดการณ์กันว่าราคาน้ำมันน่าจะขยับขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีกองทุนรวมน้ำมันจากบรรดาบจ.ออกมาหลายกองทุน ตั้งแต่ในช่วงราคาน้ำมันพุ่งทะยาน 140 ดอลลาร์/บาร์เรล เพราะตอนนั้นใครๆก็คิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าน้ำมันจะหมดโลก อย่างไรเสียราคาก็มีแต่ขึ้น

แต่จู่ๆ ราคาน้ำมันก็ดิ่งลงอย่างรวดเร็วจากการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเชลล์ออยลย์และการเพิ่มกำลังการผลิ้ตประเทศนอกกลุ่มโอเปกอย่างรัสเซีย จนราคาร่วงลงไปแตะระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรล

ผลก็คือ บรรดากองทุนน้ำมันขาดทุนกันถ้วนหน้า จากราคา NAV กว่า 10 บาท ล่วงลงต่ำตามราคาน้ำมันไปอยู่แถวๆ 3-4 บาท แม้ในปีที่ผ่านมาจะขยับขึ้นมาบ้างตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ร่วงลงอีกครั้งในช่วงปลาย

แต่ในปีหมู นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี จากแนวโน้มราคาน้ำมันเริ่มขยับ หากไปดูราคา NAV ของบรรดากองทุนน้ำมันจะเห็นว่าในสัปดาห์แรกผลตอบแทนเป็นบวกกันถ้วนหน้า แต่ก็นับว่ายังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง

หากดูจากบทวิเคราะห์ของทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ ของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) จะเห็นว่าราคาน้ำมันมี “ปัจจัย”ที่ส่งผลกระทบค่อนข้างมาก

อาทิ สถานการณ์ในสัปดาห์ที่ 7-11 ม.ค.62 ยังมีทั้งปัจจัยบวก/ลบ ที่มีผลต่อทิศทางราคาค่อนข้างมาก แม้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาในตลาดโลกจะขยับขึ้น

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

-Reuters รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของ OPEC ในเดือน ธ.ค. 61 ลดลง 460,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 32.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงมากสุดตั้งแต่เดือน ม.ค. 60 ทั้งนี้ที่ประชุม OPEC และ Non-OPEC วันที่ 7 ธ.ค. 61 มีมติกลับมาลดการผลิตปริมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มต้นเดือน ม.ค. 62

ดังนั้น การที่ OPEC เริ่มลดการผลิตด้วยความสมัครใจตั้งแต่เดือน ธ.ค. 61 น่าจะช่วยลดอุปทานในตลาดได้เร็วขึ้น ทั้งยังสะท้อนความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติที่ซาอุดีอาระเบียประกาศไว้ว่าจะพยายามลดการผลิตให้มากกว่าข้อตกลง

-Baker Hughes Inc. รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 8 แท่น มาอยู่ที่ 877 แท่น ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์

-Energy Information Administration (EIA) ของสหรัฐฯ รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ธ.ค. 61 ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน อยู่ที่ 441.4 ล้านบาร์เรล

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอ่อนแอ ล่าสุดดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Manager Index หรือ PMI) ของ สหรัฐฯ และจีนลดลง กดดันความต้องการใช้น้ำมัน ทั้งนี้ Markit รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 61 ลดลงจากเดือนก่อน 1.5 จุด มาอยู่ที่ 53.8 จุด ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ขณะที่สำนักสถิติแห่งชาติจีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต เดือน ธ.ค. 61 ลดลงจากเดือนก่อน 0.6 จุด อยู่ที่ 49.4 จุด ต่ำสุดตั้งแต่ ก.พ. 59 และต่ำกว่า 50 จุด (บ่งชี้สภาวะถดถอย) เป็นครั้งแรกตั้งแต่ ก.ค. 59

กระทรวงพลังงานรัสเซียรายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยรายปี ในปี พ.ศ. 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 180,000 บาร์เรลต่อวัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 11.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลิตรายปีเหนือระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ICE รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 61 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 9,924 สัญญา มาอยู่ที่ 152,325 สัญญา ต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์

ด้านเทคนิคสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 54.0-59.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 45.0-50.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 52.0-57.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล

เมื่อดูจากเหตุปัจจัยต่าง ๆ ก็ยังมีความเสี่ยงหลายด้าน แต่หากดูจากแรงผลักดันให้ราคาขยับขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มโอเปกลดกำลังการผลิต ก็น่าจะพิจารณา “กองทุนน้ำมัน”ว่าถึงจังหวะลงทุนหรือยัง

แต่เมื่อดูจากความผันผวนที่เกิดขึ้นกับราคาน้ำมัน สำหรับผู้สนใจลงทุนอาจต้อง “ฉีกตำรา” ที่ว่าเป็นการลงทุนในกองทุนเป็นการลงทุนระยะยาว แต่เล่นสั้นตามจังหวะสถานการณ์ และเป็นการลงทุนที่ต้องผ่าน “สถานการณ์”ให้ได้ หาไม่แล้ว ก็เหมือนกับการลงทุนที่เสี่ยงสูง มีโอาสขาดทุนได้โดยง่าย