Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก สัญญาณเตือนตลาดป่วน เมื่อกองทุนทั่วโลกเจ๊งระนาว หันมาเล่นสั้น

สัญญาณเตือนตลาดป่วน เมื่อกองทุนทั่วโลกเจ๊งระนาว หันมาเล่นสั้น

3350
0
SHARE
หุ้นร่วง

กองทุนบำเหน็จบำนาญ (Pension Fund) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกต้องประสบกับการขาดทุนในปีที่ผ่านมาสูงถึง 136,000 ล้านดอลลาร์ จากอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงของตลาดการเงินทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ขนาดของ Pension Funds ทั่วโลกมีมูลค่าถึง 70 ล้านล้านดอลลาร์ จากรายงานของ World Economic Forum ซึ่งมีการประชุมกันช่วงปลายเดือนมกราคม ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

ปรากฎว่า ในจำนวน Pension Funds สหรัฐที่มีการลงทุนในตลาดสหรัฐสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจากการศีกษาวิจัยของ  Boston College ชี้ว่า กองทุน Pension Funds สหรัฐ ราว 25% ที่เป็นของภาคเอกชนนั้น จะพบกับป้ญหาใหญ่ที่จะตกต่ำจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงได้ในช่วงทศวรรษนี้

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า การแตกออกของ Pension Funds จากความเสี่ยงสูงนั้น เป็นเพราะผลตอบแทนการลงทุนนั้นต่ำเกินไปหรือไม่ เนื่องจาก Pension Funds มีความจำเป็นที่จะได้รับอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่ระดับ 8% ต่อปี ซึ่งมาจากแบบแผนการลงทุนที่ปฏิบัติกันเป็นประเพณีสืบต่อกันมาในลักษณะอนุรักษ์นิยมในตลาดบอนด์และตลาดหุ้น

แต่การที่อัตราดอกเบี้ยได้ตกลงในระดับต่ำสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ผลตอบแทนการลงทุนรักษาไว้ที่ระดับ 8% ต่อปีไว้ได้ด้วยเครื่องมือทางการเงินต่างๆ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ อัตราผลตอบแทนที่ทำได้อยู่ในระดับ 5.4-5.5% ต่อปี 

Ray Dalio ผู้จัดการกองทุนของ Bridgewater Associates ซึ่งเป็น Hedge Fund ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ชี้ว่า ในรอบ 10 ปีที่อัตราผลตอบแทนในหุ้นและบอนด์ของพอร์ตการลงทุนต่างๆ ในสหรัฐอยู่ที่ระดับเพียง 3% เท่ากับป็นการบ่งชี้ว่า เป็นการลงทุนที่ต่ำมากสำหรับการลงทุนระยะยาว 

จากการคาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับจากนี้ โดยอัตราผลตอบแทนการลงทุนทั่วโลกจะอยู่ที่ระดับเพียง 5.4% ต่อปี ท่ามกลางความเสี่ยงที่รายล้อมอยู่ทั้งปัญหาจากสงครามการค้า การตกต่ำของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ 

โดยที่อัตราผลตอบแทนที่ระดับ 5.4% ต่อปีนี้ ไม่ได้มาด้วยกลีบกุหลาบ แต่มาจากความอ่อนไหวในการลงทุนที่บากลำบาก โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลง 40-60% ในปีนี้หรือปีหน้า

แน่นอนว่า การที่อัตราผลตอบแทนการลงทุนอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ยังอยู่ในระดับต่ำได้ส่งผลให้ทิศทางการลงทุนเข้าไปเดิมพันกับความเสี่ยงในหุ้นและตลาดบอนด์มากขึ้น จนทำให้เกิดภาวะขาดทุนหนักในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนและมีการปรับฐานราคาลดลงของสินทรัพย์การเงินต่างๆ 

โดยมีข้อพิสูจน์ได้ในช่วงสัปดาห์ก่อน เมื่อกองทุนบำนาญของญี่ปุ่น ซึ่งเป็น Government Pension Investment Fund ต้องประสบกับภาวะขาดทุนเป็นมูลค่ามากถึง 136,000 ลเานดอลลาร์ภายในช่วงเวลาแค่ 3 เดือน

นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา กองทุนที่เป็น Public Pensions ได้ถูกจัดสรรให้มีการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเป็น 10% จนมีสถานะการลงทุนเป็น Speculative Investors ซึ่งแตกต่างไปจากบทบาทเดิม

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอยู่ในภาวะขาลงขณะนี้ จะยิ่งกดดันให้ภาวะความเสี่ยงลงทุนมากขึ้น โดยล่าสุด ตลาดหุ้นทั่วโลกอ่อนตัวลงนำโดยดัชนีหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้และปีหน้า โดยเป็นผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

EC ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.3% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากระดับ 1.9% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.6% ในปีหน้า ขณะที่ก่อนหน้านี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.9% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า

นอกเหนือจากการที่ตลาดยังคงกังวลที่ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะไม่คืบหน้า จากคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวว่า ยังไม่มีแผนที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งถือเป็นเส้นตายที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำหนดไว้ถึงการบรรลุข้อตกลงทางการค้าฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน ตามที่ได้มีการประชุมเจรจาระหว่าง 2 ผู้นำเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่อาร์เจนตินา