Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ‘สหรัฐ-จีน’เปิดฉากสงครามการค้า’จริง’ กระทบเศรษฐกิจโลกถึงปีหน้า

‘สหรัฐ-จีน’เปิดฉากสงครามการค้า’จริง’ กระทบเศรษฐกิจโลกถึงปีหน้า

1026
0
SHARE
โดนัลด์ ทรัมป์

สงครามการค้าสหรัฐและจีนเปิดฉากแล้ววันนี้ หลังเวลาเที่ยงคีนตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเที่ยงวันของจีนซึ่งพร้อมประกาศตอบโต้ทันทีที่สหรัฐเริ่มเรียกเก็บภาษีจากสินค้าจีน และอาจจะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน ท่ามกลางการถูกจับตามองว่าจะมีแนวโน้มยืดเยื้อไปข้ามปี

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชนการค้าจีนต่ออีก ขู่เรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเต็มมูลค่าการนำเข้าจากจีนในปีที่ผ่านมาถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ ยืนยันล็อตแรกมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ ที่เรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% จำนวน 818 รายการเริ่มขึ้นแน่นอนในเวลา 12.01 น.ของวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม ตามเวลาสหรัฐ

สินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจะประกอบด้วยกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับรถยนต์, Computer disk drivers และ Pump Parts โดยส่วนที่เหลืออีก 282 รายการสินค้าคิดเป็นมูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์จะเริ่มภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้

ส่วนสินค้านำเข้าจากสหรัฐที่จีนจะเรียกเก็บในอัตรา 25% เป็นมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์เช่นกัน จะอยู่ในกลุ่มพวกถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง และฝ้าย ซึ่งล้วนเเป็นผลผลิตจากชาวนาชาวไร่ในเท็กซัสและไอโอวา ที่สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่า หากจีนยังคงตอบโต้สหรัฐ และไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ก็มีมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 50,000 ล้านดอลลาร์ กับอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ที่รออยู่ ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐยังเรียกร้องให้จีนแก้ไขปัญหาการเกินดุลการค้ากับสหรัฐที่มีมูลค่ามหาศาลและเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน

ในปีแล้วสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนเป็นวงเงินสูงถึง 375,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่สหรัฐขาดดุลกับประเทศต่างๆทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐนำเข้าจากจีนเป็นมูลค่า 505,000 ล้านดอลลาร์ แต่จีนมีการนำเข้าจากสหรัฐ 129,000 ล้านดอลลาร์ 

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า สหรัฐกำลังทำร้ายตัวเอง รวมทั้งทำร้ายโลก ด้วยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพราะการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐจะเป็นการเก็บภาษีต่อบริษัทในจีน และบริษัทที่อยู่ทั่วโลก รวมทั้งต่อบริษัทของสหรัฐเอง

เนื่องจากจีนเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญ และเข้าร่วมกระแสโลกาภิวัฒน์ และมีเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลก ดังนั้น การส่งออกสินค้าจำนวนมากของจีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทต่างชาติเข้ามาดำเนินการและทำขึ้นในจีน ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทสหรัฐจำนวนมากที่สุด

มีการเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จีนเป็นประเทศที่มีการส่งออกมากที่สุดในโลกเป็นมูลค่าถึง 2.263 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2017 ขณะที่สหรัฐมีการส่งออกเป็นมูลค่า 1.547 ล้านล้านดอลลาร์ แต่หากรวมของสหภาพยุโรปใน 4 อันดับต้นๆ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลีแล้วมีมูลค่ามากถึง 3.142 ล้านล้านดอลลาร์ 

ท่ามกลางบรรยากาศสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐและจีนในขณะนี้ กลับมีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมยกเลิกเก็บภาษีรถยนต์ยุโรป เพื่อแลกกับยุโรปเลิกเก็บภาษีรถยนต์สหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศขู่ที่จะเรียกเก็บภาษี 20% ต่อรถยนต์ที่นำเข้าจากยุโรป หลังจากที่สหภาพยุโรปออกมาตอบโต้ว่า จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐเป็นมูลค่าการค้าสูงถึง 294,000 ล้านดอลลาร์

โดยที่แองเกลา เมอร์เล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาขานรับข้อเสนอดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมกับ VDA ซึ่งเป็นสมาคมผู้ค้ารถยนต์เยอรมนี ระบุว่า ข้อเสนอที่ให้ทั้งสองฝ่ายยกเลิกการเก็บภาษี และกำแพงการค้าระหว่างกัน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี

ในปัจจุบัน สหรัฐมีการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรปที่ระดับ 2.5% และเรียกเก็บภาษีรถบรรทุกที่ 25% ส่วนสหภาพยุโรปมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐที่อัตรา 10% 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยังปิดฉากไม่ได้และมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อปริมาณการค้าโลกที่อาจจะชะลอตัวลงในปีนี้และปีหน้า หลังจากที่มีการขยายตัวแข็งแกร่งในในปี 2017 ที่ผานมา หลังจากที่ระบบเศรษฐกิจโลกกำลังจะครบวงจร 10 ปีนับจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินสหรัฐเมื่อปี 2007-3008