Home กองทุน ข่าวสาร ก.ล.ต.จ่อปรับเกณฑ์รายงานกองทุน หลังมูลค่าพุ่ง44%จีดีพีประเทศ

ก.ล.ต.จ่อปรับเกณฑ์รายงานกองทุน หลังมูลค่าพุ่ง44%จีดีพีประเทศ

414
0
SHARE
ก.ล.ต.
ก.ล.ต. เตรียมปรับแบบรายงานธุรกิจจัดลงทุน เพื่อติดตามความเสี่ยงต่อระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากขนาดมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นถึง 7.08 ล้านล้านบาท คิดเป็น 44% ของจีดีพี

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงแบบรายงานข้อมูลกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และข้อมูลของผู้ถือหน่วยลงทุน ที่ต้องยื่นต่อ ก.ล.ต. เพื่อให้สามารถติดตามความเสี่ยงของกองทุนที่อาจส่งผลกระทบลุกลามเป็นวงกว้างต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดมาตรการรองรับได้ทันเหตุการณ์ พร้อมเปิดช่องทางการส่งข้อมูลออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ

ปัจจุบันธุรกิจจัดการลงทุนมีความสำคัญและเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิซึ่งประกอบด้วยธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีขนาด 7.08 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

ดังนั้น หากมีเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนในธุรกิจจัดการลงทุน ย่อมจะส่งผลกระทบและอาจลุกลามไปยังระบบการเงินของประเทศในภาพรวมได้

ก.ล.ต. จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงระบบการรายงานข้อมูล เพื่อให้ ก.ล.ต. มีข้อมูลที่เพียงพอในการติดตามความเสี่ยงดังกล่าว และสามารถออกมาตรการรองรับสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยชะลอหรือยังยั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ลงทุน ตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างทันท่วงที  จึงเป็นที่มาของการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยเป็นการเสนอให้ปรับปรุงการรายงานข้อมูลของผู้ประกอบการ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับฐานะการลงทุน กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน และการกระจุกตัวของผู้ถือหน่วยลงทุน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการนำส่งข้อมูล ก.ล.ต. จะเปิดให้ภาคธุรกิจสามารถส่งรายงานผ่านระบบออนไลน์ได้แทนการส่งแบบซีดี ซึ่งจะช่วยลดภาระและต้นทุนได้อีกด้วย

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/hearing ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2263-6039 หรือ 0-2263-6511 หรือทาง e-mail arthipha@sec.or.th หรือ teerawat@sec.or.th จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561