Home ทิศทางเศรษฐกิจ เมื่อจีนเข้มงวดนำเข้าขยะ’รีไซเคิล’ ประเทศอื่นก็เดือดร้อน

เมื่อจีนเข้มงวดนำเข้าขยะ’รีไซเคิล’ ประเทศอื่นก็เดือดร้อน

1582
0
SHARE
รัฐบาลอังกฤษได้รับเสียงเรียกร้องจากสมาคมรีไซเคิล ให้ลงมือทำอะไรสักอย่าง หลังจากจีนประกาศว่าจะเริ่มเลิกรับเศษโลหะหลายพันตันจากต่างชาติ โดยการเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากจีนประกาศเลิกรับขยะพลาสติกและกระดาษมาแล้ว

กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีนประกาศว่าในช่วง 18 เดือนข้างหน้า จะมีการห้ามนำเข้าขยะประเภทวัสดุที่มีความแข็ง 32 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงโลหะหลายชนิด เพื่อลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม

หากไม่มีการส่งวัสดุต่างๆ ไปยังจีน ขยะวัสดุเหล่านี้จะถูกกองไว้จนกว่าบริษัทรีไซเคิลจะสามารถหาทางรีไซเคิลหรือนำไปฝังถมที่ และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เมื่อก่อนเคยส่งออกไปยังจีน จะต้องรับมือกันเองภายในอังกฤษ

กระแสจำกัดขยะระลอกล่าสุดของจีนมีขึ้น หลังจากเพิ่งเลิกรับขยะพลาสติกับกระดาษไป 4 เดือนก่อนหน้านี้ อันทำให้ขยะจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ในอังกฤษ ซึ่งเคยส่งออกขยะพลาสติก 500,000 เมตริกตัน และขยะกระดาษ 1 ล้านตันไปยังจีนทุกปี

จีนเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ส่งออกเศษโลหะของอังกฤษ ซึ่งส่งโลหะหลากหลายจำนวน 400,000 ตัน มูลค่ามากกว่า 200 ล้านปอนด์ไปยังจีนเมื่อปีที่แล้ว

แต่นับจากเดือนธ.ค.2561 จีนจะห้ามนำเข้าขยะของแข็ง 16 ชนิด รวมถึงตะกรันเหล็ก พลาสติกที่ผ่านการใช้งานด้านอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผ่านการบีบอัด มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก และสายหุ้มฉนวน จากนั้นภายในปลายปี 2562 จะห้ามนำเข้าขยะอีก 16 ชนิด รวมถึงเชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง เศษเหล็ก และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมรีไซเคิลโลหะแห่งอังกฤษ ระบุว่าข้อจำกัดใหม่หมายความว่าขยะต่างๆ อย่างรถเก่า ตู้เย็นเก่า เครื่องทำความเย็นเก่าๆ รวมถึงขยะโลหะจากครัวเรือนอังกฤษ น่าจะไม่สามารถส่งไปยังจีนได้อีกต่อไป

สมาคมรีไซเคิลจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษเจรจากับจีนเกี่ยวกับระยะเวลาของการออกข้อห้าม เพราะแม้ชัดเจนว่าจีนจะไม่เปลี่ยนท่าที เนื่องจากมุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไม่กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะสำหรับทั้งโลก แต่อังกฤษก็ต้องการระยะเวลาในการปรับตัว

กระแสไม่พอใจในหมู่ชาวอังกฤษ เกี่ยวกับแผนการจัดการกับขยะของอังกฤษ ทำให้รัฐบาลกรุงลอนดอนออกกฎหมายเกี่ยวกับการลดการใช้พลาสติกเพียงครั้งเดียวและซูเปอร์มาร์เกตบางแห่งก็ประกาศจะปรับปรุงบรรจุภัณฑ์

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมรีไซเคิลแนะนำว่าอังกฤษควรใช้โอกาสนี้ลงทุนและสร้างงานในภาครีไซเคิลของอังกฤษเอง