Home กองทุน วางแผน ขยับพอร์ตกองทุนรวมเดือน ก.พ. แนะถือกองตราสารหนี้นอกมากขึ้น

ขยับพอร์ตกองทุนรวมเดือน ก.พ. แนะถือกองตราสารหนี้นอกมากขึ้น

1780
0
SHARE

ฟิลลิป ฟันด์ ซุปเปอร์มาร์ท โดย บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยมุมมองการลงทุนในกองทุนรวม ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยสับเปลี่ยนกองทุนตราสารหนี้ภายในประเทศไปยังกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่วนพอร์ตการลงทุน ค่าความเสี่ยงในระดับปานกลาง แนะสัดส่วนกองทุนหุ้นไทย 35%

ทั้งนี้ ในด้านปัจจัยพื้นฐาน ฟิลลิป ฟันด์ ซุปเปอร์มาร์ท มีมุมมองต่อเศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้น จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงมีการขยายตัวต่อไปในปีนี้ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อในหลาย ๆ ประเทศค่อย ๆ ฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเอื้อให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปีนี้ เป็นไปในทิศทางที่ดีตามภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

โดยมาตรการปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก แม้การเริ่มนโยบายกีดกันทางการค้าจะกระทบในบางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ยังมองว่าผลกระทบจะอยู่ในวงจำกัด ทำให้มีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในปีนี้

ในด้าน Valuation ตลาดหุ้นโดยรวมมีราคาที่แพงขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี ตลาดประเทศพัฒนาแล้วยังคงมีมูลค่าที่สูงกว่าตลาดประเทศเกิดใหม่ โดยตลาดหุ้นสหรัฐมีระดับราคาที่สูงขึ้นตามความคาดหวังมาตรฐานปฏิรูปภาษี แต่ก็ยังคงมีตลาดหุ้นบางกลุ่มที่ยังมีมูลค่าไม่แพงอย่างในตลาดหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวยังน่าสนใจ ซึ่งเป็นตลาดที่สามารถทยอยสะสมได้ แต่ด้วยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมจึงไม่ควรลงทุนเกิน 10% ของพอร์ต

สำหรับตลาดหุ้นในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ถือว่ามีมูลค่าที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดหลักในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ยังมีความน่าสนใจและสามารถทยอยสะสมได้

อย่างไรก็ดี จากมุมมองข้างต้น ฟิลลิป ฟันด์ ซุปเปอร์มาร์ท ได้มีการสับเปลี่ยนกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ (K-FIXED หรือ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ จากบลจ.กสิกรไทย) ไปยังกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น (KFAFIX หรือ กองทุนเปิดกรุงศรีแอคทีฟตราสารหนี้ จากบลจ.กรุงศรี)

พอร์ตการลงทุนในกองทุนรวมที่แนะนำ ระดับความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนที่คาดหวัง 6% ต่อปี ระยะเวลาการลงทุน 3 ปี สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ ยังคงสัดส่วนกองทุนกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง และสับเปลี่ยนกองทุนตราสารหนี้ไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น

โดยยังคงสัดส่วนกองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ 45% กองทุนหุ้นไทย 35% กองทุน REITs ไทยและสิงคโปร์ 10% กองทุนหุ้นต่างประเทศ 5% และกองทุนทองคำ 5%

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ บล.ฟิลลิป แนะนำธีมการลงทุนในกองทุนรวมประจำปี 2561 ประกอบด้วย กองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นจีน และกองทุนเฮลธ์แคร์