Home คอลัมนิสต์ ขวัญชนก วุฒิกุล ข้อเสียของการลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้จักและรักไม่พอ

ข้อเสียของการลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้จักและรักไม่พอ

938
0
SHARE
ขวัญชนก วุฒิกุล

สำหรับคนที่เคยติดตามรายการ “ทีเด็ดลูกหนี้” ซึ่งดิฉันมีโอกาสเป็นกรรมการประจำในรายการ คงจะทราบดีว่า ถึงแม้ชื่อรายการจะเน้นไปที่เรื่องของ “ลูกหนี้” แต่ก่อนที่กรรมการจะตัดสินใจว่า ให้ผ่านหรือให้ไม่ผ่านไปสู่ขั้นตอนการบรรเทาหนี้ ลูกหนี้จะต้องนำเสนอหรือเล่าเรื่องราวของเขาให้พวกเราฟังเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเกือบ 100%ของลูกหนี้ที่มาออกรายการนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องของความรักหรือการใช้ชีวิต รวมทั้งทัศนคติหรือวิธีคิดที่ผิดพลาด นำมาสู่ความผิดพลาดทางการเงิน จนทำให้หนี้สินล้นพ้นตัว

มีลูกหนี้2 คนที่ดิฉันเพิ่งพบเมื่อไม่นานมานี้ ที่ทำให้ดิฉันฉุกคิดและอยากชวนให้คุณผู้อ่านมองเห็น “ข้อผิดพลาด” เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับเราหรือคนใกล้ตัว

เรื่องของลูกหนี้สองคนนี้ แม้จะต่างกรรม ต่างวาระ แต่เรื่องราวปัญหาใกล้เคียงกันและมีปลายทางเดียวกัน คือ “ล้มเหลว” ทั้งชีวิตคู่และชีวิตการเงินค่ะ

ลูกหนี้คนแรก แต่งงานกับผู้ชายในภาวะที่เธอไม่พร้อม ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีชีวิตคู่ และจริงๆ คือ “ไม่ได้รัก” แต่เมื่อแต่งงานไปแล้ว เธอพบว่า สามีเป็นคนดี ดูแลเธอและลูกเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เธอรักเขาพอที่จะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและสมบูรณ์แบบได้ เธอจึงยื่นข้อเสนอกับสามีให้สามารถ “มีผู้หญิงคนอื่นได้” ภายใต้ข้อแม้ว่า ต้องไม่จริงจัง ต้องไม่เลี้ยงดู ต้องไม่เชิดชูออกหน้าออกตา เพราะเธอคิดว่า ที่ผ่านมาสามีเป็นคนดี แต่ลืมนึกไปว่า “ผู้ชายก็คือผู้ชาย” เมื่อออกจากบ้านไปแล้ว โอกาสที่จะไปไม่กลับนั้นมีอยู่สูงมาก

สุดท้ายสามีก็ไปมีผู้หญิงคนอื่นแบบจริงจังจริงๆ หนำซ้ำที่หนักกว่านั้นคือ เมื่อเขาต้องการนำเงินเก็บของครอบครัวไปลงทุน เธอ (ซึ่งยังคงไว้ใจสามีว่าเป็นคนดี) ก็มอบเงินทั้งหมดที่มีอยู่ให้เขาไปลงทุน ก่อนที่เขาจะหายไปจากชีวิตพร้อมกับเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต

ลูกหนี้คนที่สอง แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรักและเขาก็รักเธอ แต่การแต่งงานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากเธอและเขารู้จักกัน การใช้ชีวิตคู่โดยที่ต่างคนต่างยังไม่รู้จักกันดีพอ ไม่รู้ไลฟ์สไตล์หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของอีกฝ่ายว่า กินอย่างไร อยู่อย่างไร ทำให้สุดท้ายไม่สามารถปรับตัวเข้ากันได้ ไม่นับรวมเรื่องญาติพี่น้องที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักกัน แต่หลังแต่งงานกลับเข้ามาวุ่นวายจัดการโน่นนี่ จนทำให้ “คนรักกัน” กลายเป็นคนเกลียดกัน และไม่สามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้

ทั้งสองเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เป็นตัวอย่างของ “ชีวิตจริง” ที่ผิดพลาด จากการอยู่ร่วมกับคนที่เราไม่ได้รู้จักเขาดีพอ หรือคนที่เรารักเขาไม่พอ เพราะในเรื่องของการลงทุนหรือการบริหารจัดการเงิน ดิฉันก็มองเรื่องนี้ในมุมที่นำมาซึ่งความผิดพลาดไม่ต่างกัน

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ ที่จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น หลังจากที่พบว่า แนวโน้มกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-34ปี อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมากถึง 36%ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่กลับพบว่า มีสัดส่วนของคนที่เริ่มทำธุรกิจหรือที่เรียกว่า สตาร์ทอัพ นั้นล้มเหลวสูงถึง 95%

แปลว่า คนที่เริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง 100คน มีคนที่รอดเพียงแค่ 5 คน ส่วนอีก 95คนล้วนบาดเจ็บหรือบางทีก็หนักหนาถึงกับล้มหายตายจาก

อะไรคือ สาเหตุของความล้มเหลว อันดับแรกเลยคือ ไม่มีความรู้ในการทำธุรกิจที่รอบด้านเพียงพอ สองคือ การสร้างโมเดลทางธุรกิจที่ไม่เป็นระบบ และสาม คือ ขาดความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงิน

ข้อเสียของการลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้จักหรือไม่มีความรู้เพียงพอ ถ้าเป็น “คนรัก” สุดท้ายก็ต้องจบที่เลิกกัน ถ้าเป็น “ธุรกิจ” สุดท้ายก็จบที่เจ๊ง เหมือนกับการเลือกลงทุนในสิ่งที่เราไม่ได้รักไม่ได้ชอบนั่นแหละ เมื่อไม่รักไม่ชอบก็ไม่พยายามจะเรียนรู้ ไม่พยายามจะเข้าใจ สุดท้ายก็จบเหมือนกัน

ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น ลงทุนในหุ้น หุ้นกู้ สลากออมสิน สลากออมทรัพย์ พันธบัตร ทองคำ หรือกองทุนรวมประเภทต่างๆ ที่พาเราไปไกลถึงต่างประเทศ หรือในสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีความสลับซับซ้อน การทำความรู้จักกับสิ่งที่เราจะอยู่ด้วย เป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าลองทำความรู้จักแล้วเข้าไม่ถึง ก็ต้องไม่ฝืนค่ะ แต่ก็อย่าละความพยายามง่ายเกินไป

เทคนิคง่ายๆ ที่ดิฉันแนะนำมือใหม่สนใจการลงทุนในหุ้นมาโดยตลอด คือ ให้ลองเข้าไปค้นหาคำว่า “ห้องเรียนนักลงทุน” ในยูทูป หรือค้นหาผ่านกูเกิลก็ได้ เลือกดู “ห้องเรียนนักลงทุน” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่โพสต์โดย SET Group Officialเริ่มต้นเลือกดูที่ซีซั่น 1 ก่อนเลย ลองดูซัก 2-3 EP

สำหรับคนที่ดูแล้วรู้สึกว่า ใช่และชอบ ก็ลุยไปเลยค่ะ หลักการลุยที่สำคัญต้องไม่ลืมเรื่องกระจายความเสี่ยงด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคุณก็จะเหมือนลูกค้าคนแรกที่ยอมให้เงินเก็บทั้งหมดกับสามี เพราะแน่ใจว่า เขาเป็นคนดี โดยไม่ยอมเหลือเผื่อใจว่าเราอาจจะมองคนผิด จะลุยยังไงก็อย่าลืมจัดสรรปันส่วนเงิน อย่าทุ่มทั้งก้อนค่ะ

แต่สำหรับคนที่ดูแล้ว ยังไม่ใช่หรือไม่ชอบ ลองดูต่ออีกนิด ถ้าไม่ได้จริงๆ คุณก็ต้องกัดฟันทำงานหารายได้ แล้วใช้จ่ายให้น้อยกว่าที่หาได้ให้มากๆ เก็บเงินฝากแบงก์ไว้ คุณอาจจะต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น อาจจะไปถึงเป้าหมายช้ากว่าคนอื่น เพราะเงินของคุณได้ผลตอบแทนน้อยกว่า

แต่อย่างน้อยที่สุด คุณก็ได้ความสบายใจจากการจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ในแบบของตัวเองค่ะ