Home ลงทุน มุมธุรกิจ อัดกสทช.ประมูลคลื่น 700MHz “รวบรัด-คลุมเครือ”

อัดกสทช.ประมูลคลื่น 700MHz “รวบรัด-คลุมเครือ”

650
0
SHARE
ภาควิชาการและภาคประชาชน มองการพัฒนาจัดสรรคลื่น 700MHz ต้องมีโรดแมพที่ชัดเจน ไม่เร่งรัดกระบวนการมากเกินไป และต้องแยกการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกับการประมูลคลื่นความถี่

งานสัมมนา NBTC Public Forum ในหัวข้อการอภิปรายเรื่อง “ย้ายคลื่น 700 ใครได้ใครเสีย และมีผลกระทบอย่างไรต่อผู้บริโภค” นักวิชาการและตัวแทนองค์กรภาคประชาชน แนะการประมูลคลื่น 700 MHz ของกสทช.มีความสับสน ไม่มีความชัดเจนมาตรการรองรับที่ดีพอ

ระหว่างการประมูล 5G กับเรื่องทีวีดิจิทัล ต้องแยกกัน

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ เปิดเผยว่า ข่าวการคืนคลื่นจะมีการชดเชยโดยเร็ว เพื่อให้ทีวีอยู่ได้ ก็ยังมีหลายเรื่องที่สับสน สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตคือ การคืนคลื่น 700 MHz อาจจะไม่ต้องคืนก็ได้ แต่ให้บีบคลื่นก็เพียงพอแล้ว ในเรื่องหลักการเป็นเรื่องที่ดี ที่จะนำเอาคลื่นที่ไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพเต็มที่ ไปใช้ในโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เราได้ความพยายามเร่งรัดทำโดยเร็วจาก กสทช. ซึ่งน่าตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามทำโดยเร็วเกินไปหรือไม่ เพราะเป็นช่วงสุดท้ายของรัฐบาล และช่วงท้ายของ กสทช.

ซึ่งของแบบนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการวางแผน ทั้งเรื่องมักซ์ โดยปกติใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 20 เดือน ทางผู้ประกอบการเองก็ยังบอกว่ายังไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำคลื่น 5G มาใช้ เพราะทุกอย่างเร็วเกินไปถ้าจะให้ลงทุนตอนนี้ คำตอบคือจะมีความไม่แน่นอนสูงมาก ผู้ประกอบการก็ลังเลเป็นอย่างยิ่ง จนกลายเป็นความเสี่ยง เพราะไม่รู้จะนำคลื่น 5G จะเอาไปทำอะไร

“โดยกรอบเวลาทุกอย่างน่าจะเร็วเกินไป จริงอยู่ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีควาเดือดร้อนอยู่ แต่ก็มีการเยียวยาอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว สภาพตลาดทีวีดิจิทัลก็มีผู้ประกอบการมากเกินไป ในระยะเวลานั้นมีบริบทที่แตกต่างกับปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามาปรับรูปแบบ(Disturption) ก็จึงต้องมีการขายใบอนุญาต ขายคลื่น เปลี่ยนมือผู้ประกอบการ ถือเป็นการปรับตัวโดยธรรมชาติ เป็นความเสี่ยงปกติในการทำธุรกิจทั่วไป”

สำหรับสิ่งที่ กสทช. จะทำ กรอบเวลาทุกอย่างมันเร็วเกินไป จะเอาคลื่นไปทำอะไรตรงนี้ยังไม่ชัด ควรทำแผน Road Map ออกมาทั้งหมดก่อน เพราะ 5G ใช้ได้ทุกความถี่ทั้งสูง กลาง ต่ำ ถ้าทำอย่างที่เป็นอยู่แบบทีละส่วน จะทำให้มีการขัดแย้งกันเองในอนาคต ต้องเห็นทั้งหมด ผู้ประกอบการจะได้เห็นอนาคต ราคา รูปแบบการดำเนินการ รวมถึงแผนการโยกย้าย ควรจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ไม่ต้องการทำธุรกิจนี้ต่อไป ให้ออกจากธุรกิจไปได้ แล้วไม่ต้องคิดค่าปรับกับผู้ประกอบการเขา รวมถึงไม่ต้องให้เงินสนับสนุนอะไรอีกแล้ว จากนั้นจะได้เตรียมการโยกย้ายแผนตรงนี้กันได้ ซึ่งน่าจะอยู่ราวปี 2563-2564 ตอนนั้นคงเห็นภาพ

ตอน 3G ก็ช้าเหลือเกิน ตอน 5G ก็เร็วเกินไปจนไม่มีเหตุไม่มีผลอะไรมารองรับ ต้องรอให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนในอนาคตอีกสัก 2 ปีหน้าก็เป็นเวลาที่เหมาะสม และสุดท้ายคือ กสทช. ไม่ต้องทำตัวเป็นธนาคาร ที่จะปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือยืดเวลาชำระให้กับผู้ประกอบการ แต่ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ชัดเจนก็เพียงพอ

กสทช.ควรสนับสนุนคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ

ดร.มานะ ตรีริยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ทีวีดิจัทัล ตายแน่นอน แต่ตายช้าหรือเร็วเท่านั้น เพราะหาก 5G เข้ามาก็จะยิ่งทำให้คนดูทีวีดิจัทัลยิ่งลดลงไปอีก ส่วนที่ กสทช. เร่งประมูลคลื่นนั้น ‘เร็วเกินไป’ ทั้งฟาดฝั่งของผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่างๆก็มองตรงกัน ตัวเลขข้อมูลต่างๆ ก็ไม่ชัดเจน ส่วนของรัฐ ถ้าไม่มีการจ่ายเงินของทีวีดิจิทัลมีเงินหายไปส่วนหนึ่ง ถ้าหากชดเชยคลื่น 700MHz นั่นคือการสูญเสีย

ผู้ประกอบการโทรคมนาคม เขาได้จริงหรือไม่? เพราะถ้าประมูลสูงไปแล้วเทคโนโลยีเปลี่ยนจะกลายเป็นเหมือนทีวีดิจิทัลหรือไม่ สภาพที่เกิดมาในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ปฎิเสธไม่ได้ว่า กสทช.ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะสภาพอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป การคาดการณ์ไม่เป็นไปตามเป้า การยืดเวลานั้นเห็นด้วย

กสทช.จะเปิดใช้เงินกองทุนของ กสทช.ให้กู้อะไรต่างๆนั่นไม่ใช่หลักทการที่ถูกต้อง ถ้าเม็ดเงินเยอะขนาดนั้นเราเอามาพัฒนาเชิงคอนเทนต์ เนื้อหาที่ดีขึ้น หรือการมอนิเตอร์ติดตามดีกว่าหรือไม่ ให้น่าสนใจมากขึ้นดีกว่าหรือไม่ ซึ่ง กสทช.น่าจะนำกลับมาคิดให้รอบมากกว่านี้

มาตรการรองรับต่างๆต้อง ชัดเจน! รวมถึงการรับผิดชอบผู้บริโภค

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า เรื่องย้ายคลื่น เปรียบเหมือนฝุ่นละลอง PM2.5 คือทุกอย่ามัวๆ ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร การช่วยทีวีดิจิทัลคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยขัดข้อง และทีวีดิจิทัลก็ได้รับการช่วยเหลือไปแล้วหนึ่งรอบ ด้วยความที่เราไม่รู้เทคนิค คุณย้ายคลื่นแล้วประชาชนต้องทำอย่างไร ต้องเปลี่ยนกล่องหรือไม่ ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมาภาระต่างๆ มาตกอยู่ที่ผู้บริโภค

ฉะนั้นทำให้ชัดเจนก่อนดีกว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายไหนไม่อยากทำแล้ว ก็ให้ชัดเจน ถ้าคืนคลื่นแล้วต้องทำอย่างไร สิ่งที่ได้มาได้มากน้อยขนาดไหน จะพอหรือไม่พออย่างไร ทุกอย่างควรทำให้ชัดเจนก่อน

“ขณะนี้เหมือน กสทช. นำเอาทั้งสองเรื่องไปผูกกัน อาจจะเป็นปัญหาทั้งสองส่วน ฉะนั้นควรทำให้ชัดก่อนว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์อะไรจาก 5G ไม่ว่าจะเป็น IoT , Smart City , Smart House คุณจะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย กสทช.ควรมีภาพของการคุ้มครองผู้บริโภคให้ชัดเจนก่อนจะประมูล”

กสทช.ควรมีเป้าหมายให้ชัด ทุกวันนี้ดูทีวีดิจิทัลมีแต่การขายของ ไม่ว่าจะเป็นขายตรง โฆษณาแฝง ผู้สนับสนุน ทุกช่องโฆษณาเกินเวลาทั้งสิ้น แต่ทางผู้บริโภคก็เห็นใจ ซึ่งต่อให้เป็นธุรกิจขาลง แต่ถ้าคอนเทนต์ของเขาแน่นจริง มีคุณภาพจริง อย่างไรก็อยู่รอด ฉะนั้น กสทช. ต้องทำให้ผู้บริโภคได้รับคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ผู้บริโภคจะได้เสพแต่ข่าวฆาตกรรม คอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพ เราอยากมีทีวีที่ไม่ต้องซื้อของตลอดเวลา

ส่วนการทำ 5G อยากให้มีความพร้อมอีกหน่อย เพราะเทคโนโลยีก็มีสิ่งที่พึงระวังตามมาไม่น้อยเหมือนกัน ในส่วนของความปลอดภัย ใครจะรับผิดชอบหากเกิดปัญหากับผู้บริโภค เจ้าของสินค้า หรือเจ้าของแพลตฟอร์ม รวมถึงหลังจากการพัฒนาไปแล้วบริการทุกอย่างราคาควรจะถูกลงด้วย

กสทช.ควรแยกให้ชัดเจนระหว่างการคืนคลื่น และการประมูลคลื่น

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า คลื่น 700 MHz ก็ถูกกำหนดไว้ให้ไปใช้ในการพัฒนาโทรคมนาคมซึ่งมีกำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ข่าวที่ออกมาทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปบางส่วน ว่าจอจะดับหรือไม่ ทีวีที่เคยดูจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนแม่บท กสทช. แต่จะทำเร็วหรือทำช้า ตอนแรกกำหนดไว้ให้คลื่น 700 MHz เป็นการออกอากาศโทรทัศน์ แต่ตอนนี้ กสทช.มีการกลับลำขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในความเป็นจริงการชดเชย 4 หมื่นล้านบาทเป็นไปได้ยาก ซึ่งต่อให้เป็นไปได้ก็อาจจะเป็นการทำลายตัวทีวีดิจิทัลเองด้วยซ้ำ เพราะยิ่งเข้าไปสู่ 5G เร็วขึ้นเท่าไหร่ผู้ประกอบการออนไลน์สตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น จะเป็นจุดกลับมาทำลายทีวีดิจิทัลเองให้เร็วขึ้นอีกหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่สัญญาประชาคมของรัฐบาลในอนาคต ว่าทิศทางของคลื่น 700MHz จะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้เป็นช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ถ้าหากรัฐบาลหน้าเขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีก ไม่ว่าจะใช้กับโทรคมนาคม จะคืนคลื่น ย้ายคลื่น หรือปรับคลื่น

“ตอนนี้ดิจิทัลทีวี ถือของดีอยู่แล้ว ควรสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มโทรคมนาคม ถ้าเขาอยากได้คลื่น 700MHz ซึ่งเหลือเวลาอีก 5-10 เพราะระยะเวลาคุณถือไว้ถึง 15 ปี ตอนนี้คุณพึ่งทำไป 5 ปีแล้วจะขายก็เป็นการขาดทุน ตอนนี้ควรทำธุรกิจให้ดีให้คนกลับมาดู ยื้อระยะเวลาที่เหมาะสม”

ถ้าต้องการช่วยทีวีดิจิทัลจริงๆ ก็ควรทำอย่างเกาหลี ที่นำมาสนับสนุนทางอ้อมในการผลิตคอนเทนต์ที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของกองทุนอยู่แล้ว

การจัดสรรเป็นสิ่งดี แต่กระบวนการต่างๆรวบรัดตัดตอนเกินไป

นายเจนพิสิษฐ์ ปู่ประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจยามเฝ้าจอ บอกว่า การยุติ 2G จัดสรรคลื่นต่างๆใหม่ก็น่าจะเป็นเรื่องดี แต่กระแสข่าวที่ออกมาค่อนข้างรวดเร็ว ว่าจะมี 5G กระบวนการต่างๆค่อนข้างรวดเร็ว มีการรวบรัดตัดตอน การเยียวยา ภาคส่วนต่างๆยังกลับไปมองที่ มักซ์ เหมือนข้อมูลที่ออกมามีน้อยมาก ตัวร่างไม่มีรายละเอียดการชดใช้ช่วยเหลือ มักซ์ สักเท่าไหร่

ในส่วนของผู้บริโภคเขาอาจกังวล ว่า 700 MHz จะช่วยทีวีดิจิทัล ซึ่งเขามียอดคนดูอยู่ราว 50% เรื่องของอุปกรณ์จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าประชาสัมพันธ์ให้เพียงพอ ก็มีความเสี่ยงที่จะเดินตามรอยของกระเปิดตัวทีวีดิจิทัล ที่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

สถานการณ์ 5G ยังไม่ชัด การเร่งย้ายคลื่นยังไม่ใช่คำตอบ

นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ กรรมการ สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เผยว่า แผนแม่บทเกิดขึ้นมา เราเห็นสัญญาณแล้วเราพึ่งจะตื่นตัว การใช้โทรทัศน์เป็นหัวหอกในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ทุกอย่างมีความผิดพลาด โทรทัศน์เดินทางมาถึงทุกวันนี้ จ่ายเงินไปราว 5 หมื่นล้าน 18 ชั่วโมงต่อวัน ค่าใช้จ่ายเวลาออกอากาศคิดคล่าวๆ ราว 3 หมื่นบาทต่อชั่วโมง ที่เป็นภาระร่วมกันที่ทำให้อุตสาหกรรมโทรทัศน์อ่อนแอ จึงไม่อยากให้หลายฝ่ายมองฝ่ายผู้ควบคุม(Regulator) หรือผู้ประกอบการ เป็นฝ่ายตรงข้าม บริบทแบบนั้นจะไม่สามารถพัฒนาได้

คลื่น 700 MHz เราต้องแก้ไขให้ทุกส่วนเดินไปได้ แล้วมีการพัฒนาต่อไปได้ อย่างกรณีของทีวีสาธารณะ ทีวีชุมชน เป็นสิ่งที่ไม่ผิด แต่ในเวลาที่ทีวีกำลังถูกดิสรัปชั่น จะตั้งทีวีสาธาณจริงหรือ รวมถึงช่อง 11 ช่อง 5 ช่องไทยพีบีเอส ทีวีรัฐสภา เรามีช่องสาธารณะ แต่เราไม่เคยกลับไปดูว่าทำได้ดีแล้วหรือยัง สามารถแข่งขันได้หรือไม่ ใช้งบประมาณจากไหน ข้อเท็จจริงของการพัฒนาคลื่น การใช้คลื่น ถ้าเราทำไปแล้วเราจะได้ศักยภาพการแข่งขันมากน้อยขนาดไหน เป็นขีดความสามารถของอุตสาหกรรม จะเป็นมุมไหนอย่างไร เราต้องช่วยกันหาทางออก แผนแม่บทตั้งแต่ปี 2555 ต้องยอมรับว่าวิสัยทัศน์เราไม่ได้ แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไร หากมองมุมบวกแบบนี้จะสามารถพัฒนาได้

การคืนคลื่น 700 MHz เปรียบเหมือนการทำถนน ซึ่งหากรัฐท่านต้องการคลื่นไปใช้ ก็เหมือนการคืนที่ดิน ก็ต้องชดเชยกันไป ผู้ประกอบการทีวียอมรับว่าใกล้ถึงทางที่ต้องเปลี่ยน

ส่วน 5G เร็วไปหรือไม่ ทางผู้ประกอบการมองว่า “อะไรเร็วได้ก็ควรเร็ว แต่การยืดเวลาออกไปมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจริง แต่อนาคตเราไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ฉะนั้นทำอะไรก็ทำเถิด แต่ทุกอย่างควรชัดเจน”