Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล “สหรัฐ-จีน”เปิดศึกสงครามน้ำลายว่าด้วยค่าเงินหยวน

“สหรัฐ-จีน”เปิดศึกสงครามน้ำลายว่าด้วยค่าเงินหยวน

666
0
SHARE
เงินหยวน

ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราอ้างอิงเงินหยวนช่วงเช้าวันพุธที่ระดับ 6.9996 หยวนต่อดอลลาร์ อ่อนตัวลงจากระดับ 6.9683 หยวนในวันอังคาร เพื่อประคองค่าเงินหยวนให้มีเสถึยรภาพ แต่บรรยากาศของการซื้อขายในตลาดค้าเงินหยวนยังคงอ่อนตัวลงแตะระดับ 7.04-7.05 หยวน

ขณะเดียวกันธนาคารกลางจีนออกมายืนยันจะไม่ใช้เงินหยวนทำสงครามการค้า โดยเชื่อมั่นว่าเงินหยวนจะไม่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เงินหยวนได้ร่วงลงต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ท่ามกลางการระเบิดศึกสางครามค่าเงิน หรือ Currency War โดยสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมาระบุว่า จีนได้กระทำการปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ และพร้อมจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันจากการดำเนินนโยบายค่าเงินที่ไม่เป็นธรรมของจีน

โดยที่แถลงการณ์ของรัฐมนตรีคลังสหรัฐดังกล่าวออกมาเป็นครั้งแรกสำหรับการใช้นโยบายเงินหยวนอ่อนค่าในรอบ 25 ปีนับตั้งแต่ปี 1994

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ทวีตข้อความที่กล่าวหาจีนปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้หยวนดิ่งลงใกล้แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่หยวนดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ในวันจันทร์

ขณะที่อี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวถึงการปกป้องนโยบายค่าเงินของจีนว่า จีนจะไม่ใช้หยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้า โดยที่ค่าเงินหยวนขณะนี้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีน รวมถึงปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในตลาด

เว็บไซต์ของธนาคารกลางจีนระบุว่า จีนจะไม่ลดค่าเงินหยวนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า และจะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนในตลาดการเงินของจีนดิ่งลงแตะระดับ 7.034 หยวนต่อดอลลาร์ในตลาดออนชอร์ และแตะที่ระดับ 7.069 หยวนเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม

ส่วนนักวิเคราะห์ยังคงมองว่า การที่จีนปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงอย่างมาก ถือเป็นมาตรการตอบโต้กับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในอัตรา 10% คิดเป็นมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน

ในอดีตที่่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้เคยสร้างความตื่นตระหนกในตลาดการเงินทั่วโลก โดยการประกาศปรับลดค่าเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยในปี 1994 เงินหยวนได้ปรับตัวอ่อนค่าลงแตะะดับ 8.47 หยวนต่อดอลลาร์ จากอัตราแลกปเลี่ยนที่ระดับ 5.81 หยวนเมื่อปี 1993

จากนั้นตลอดช่วง 12 ปีที่เงินหยวนได้เคลื่อนไหวในระดับ 8 หยวนต่อดอลลาร์ จนถึงปี 2006-2007 ธนาคารกลางจีนได้ปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่ามากขึ้น โดยเคลื่อนไหวในระดับ 7.29-7.80 หยวน อย่างไรก็ตาม เงินหยวนถือว่าเป็นสกุลเงินที่เสถียรภาพจากการบริหารจัดการของธนาคารกลางจีน โดยมีปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกที่ระดับ 6.04-6.98 หยวนในระหว่างปี 2008 จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา ก่อนอ่อนค่าลงแตะ 7 หยวนต่อดอลลาร์ในขณะนี้

หลังจากการระเบิดศึกสงครามค่าเงินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้วิจารณ์สหรัฐอย่างรุนแรงในบทบรรณาธิการต่อการกระทำของกลุ่มคนบางกลุ่มในสหรัฐที่ต้องการทำลายความสงบของตลาดการเงินโลก

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคมนั้น เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงมากว่า 2% ในวันเดียว โดยเฉพาะตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนัก นำโดยดัชนีดาวโจนส์ที่ดิ่งลงมากกว่า 900 จุดในระหว่างวันก่อนปิดตลาดดิ่งลง 767.27 จุด หรือ 2.9% ปิดที่ 25,717 ขณะที่ S&P 500 ดิ่งลง 3% ที่ 2,844 และ Nasdaq Composite ดิ่งลง 3.5% ที่ 7,726

ทั้งนี้ การดิ่งตัวลงของตลาดหุ้เนวอลล์สตรีทในวันจันทร์ดังกล่าว ได้ทำให้มหาเศรษฐีหุ้นในสหรัฐและทั่วโลกต้องสูญเสียความมั่งคั่ง ซึ่งลดลงมากถึง 117,000 ล้านดอลลาร์

แต่ถึงแม้ว่า ตลาดหุ้นโลกจะมีดีดตัวกลับมากกว่า 1% ในวันอังคารสำหรับฟากฝั่งสหรัฐและยุโรป และส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวในทิศทางบวกของตลาดหุ้นอาเเชียในวันพุธ หลังจากที่เงินหยวนมีเสถึยรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทั้งจาก Bank of America และ Citigroip ได้คาดว่าทิศทางเงินหยวนน่าจะอ่อนค่าลงแตะระดับ 7.30 และ 7.50 หยวนต่อดอลลาร์ ตามลำดับภายในสิ้นปี 2019 นี้ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ถึงแม้ว่าจีนจะตั้งเป้า GDP ไว้ 6-6.5% ในปีนี้ โดยครึ่งปีแรกขยายตัวอยู่ที่ 6.3% ขณะปีที่แล้วขยายตัวที่ 6.4%