Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล อวสาน’ค้าปลีก’แบบเก่า

อวสาน’ค้าปลีก’แบบเก่า

1536
0
SHARE
Toys R Us

ในขณะที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ผลักดันให้ธุรกิจการค้าปลีกในแบบฉบับเก่าต้องก้าวสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการปิดกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกก็กำลังก้าวไปในทิศทางดังกล่าว

ล่าสุด  ร้านของของเล่นที่เป็นความฝันของเด็กๆ ซึ่งที่มีแบรนด์เนมทั่วโลก ก็กำลังโบกมืออำลา ด้วยการประกาศจะปิดสาขาที่มีกว่า 800 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศในสหรัฐ

Toys R Us ต้องประวบกับปัญหาหนี้ที่มีอยู่สูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ตกต่ำลง หลังจากยอดขายตกฮวบ เพราะมีคู่แข่งจากธุรกิจออนไลน์ โดยเฉพาะคู่แข่งขันสำคัญอย่างเช่นอเมซอน ที่ต้นทุนการขายถูกกว่า รวมทั้งความต้องการของเด็กที่เคยชื่นชอบของเล่นเปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ Toys R Us ได้มีการยื่นล้มละลายเพื่อขอฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 หรือ Chapter 11 ของสหรัฐตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 ขณะเดียวกันก็มีการประกาศทยอยปิดสาขาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุดต้องเตรียมปิดร้านค้าทั้งหมดในสหรัฐ ทำให้พนักงานที่มีอยู่ถึง 33,000 คน เสี่ยงคนตกงาน

Toys R Us คาดหวังว่าจะประคับประคองกิจการสาขาที่มีอยู่ที่แคนาดาและในยุโรปราว 200 แห่งสามารถเปิดดำเนินการต่อไป

นับตั้งแต่ปี 2017 พายุที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งราวกับ Perfect Storm ที่กวาดธุรกิจค้าปลีกยุคเก่าต้องเข้าสูกระบวนการยื่นล้มละลายมีมากกว่า 30 แห่ง เพราะต้องสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด หลังจากเกิดยุคบูมของ Amazon ที่ทำให้สงครามการค้าทางออนไลน์เกิดขึ้น

แล้วที่สุดคลื่นของเทคโนโลยีในระบบดิจิตัล ก็นำมาสู่ยุคที่เครือข่ายการค้า Retail ของสหรัฐเกิดภาวะฟองสบู่แตก Bubble Burst ที่กำลังจะพบกับจุดจบใกล้เข้ามาทุกที

นับตั้งแต่กลางปี 2015 เป็นต้นมา กลุ่ม Retail Chains ในสหรัฐต้องยื่นขอล่มละลายเข้าสู่ Chapter 11 เป็นจำนวนมากถึง 50 ราย พร้อมกับหนี้สินที่มีมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์

เรียกว่าเป็นยุคจุดจบของธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมของสหรัฐ