Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก ดอลลาร์อ่อนค่าหนัก ดันทุกตลาดลงทุนพุ่ง

ดอลลาร์อ่อนค่าหนัก ดันทุกตลาดลงทุนพุ่ง

567
0
SHARE

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงใกล้สิ้นปี เมื่อปิดตลาดนิวยอร์ก เช้ามืดวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย กลายเป็นปัจจัยบวกให้ราคาสินค้าในตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยเฉพาะโลหะเพิ่มขึ้นกันอย่างต่อเนื่อง และ ส่งผลให้หุ้นทั่วทั้งโลกพากันปรับตัวเพิ่มขึ้นกันอย่างสดใสก่อนจบสิ้นปีเพียงวันเดียว

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอีก 0.34% เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 สกุลเงินที่สำคัญของโลก โดย U.S. Dollar Index ลงไปยืนที่ระดับ 92.68 อันเป็นระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 4 สัปดาห์ เมื่อปิดตลาดช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย ส่งผลให้อ่อนค่าลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกันในช่วงที่จะปิดสิ้นปีเพียงวันเดียว

การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯดังกล่าว ส่งผลให้ราคาสินค้าในตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยเฉพาะราคาโลหะในตลาดซื้อขายล่วงหน้าพากันเพิ่มขึ้นอย่างคึกคักต่อเนื่อง นำโดยทองแดงที่เพิ่มขึ้นอีก 0.6% ขึ้นไปซื้อขายอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ทำเอาไว้เมื่อวันก่อนหน้านี้ รวมทั้งเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้า เพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ระดับ 1,297.20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันก่อนหน้านี้อีก 0.45%

และราคาสินค้าโดยเฉพาะโลหะที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ดันให้ราคาหุ้นในกลุ่มผู้ประกอบการวัตถุดิบ โดยเฉพาะเหมืองแร่ทั่วทั้งโลกพากันปรับตัวเพิ่มขึ้นกันอย่างคึกคักในช่วงใกล้สิ้นปี แม้ว่า ปริมาณการซื้อขายจะเบาบางก็ตาม

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ทำให้เพิ่มขึ้นถึง 6 สัปดาห์ติดต่อกัน นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1954 หรือในรอบ 53 ปีเลยทีเดียว หุ้นในกลุ่มผู้ประกอบการเหมืองแร่เพิ่มขึ้นอีก 0.4% นำโดยหุ้นบริษัท Freeport-McMoRan ที่เพิ่มขึ้น 3.1%

ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 63.21 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 24,837.51 จุด เอสแอด์พี 500 เพิ่มขึ้น 4.92 จุด หรือ 0.18% ไปปิดที่ 2,687.54 จุดและ แนสแดก คอมโพสิต เพิ่มขึ้น 10.82 จุด หรือ 0.16% ปิดที่  6,950.16 จุด

เงินดอลลาร์สหรัฐฯรับปัจจัยลบจากรายงาน ยอดการขาดดุลการค้าในเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.3% ขึ้นแตะระดับ 69.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การขาดดุลการค้าระดับดังกล่าวนับว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะขาดดุลอยู่ที่ระดับ 68.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อ GDP ที่อาจจะไม่ดีดั่งคาด

ในขณะที่ยอดผู้เข้ารับรัฐสวัสดิการการว่างงานก็สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ประกอบกับทั้งเงินดอลลาร์แคนาดาและออสเตรเลีย ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาน้ำมันดิบ และราคาโลหะเพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบปีกันทั้งหมด