Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนชี้คนกังวลราคาสินค้าพุ่ง

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนชี้คนกังวลราคาสินค้าพุ่ง

531
0
SHARE
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน(KR-ECI)
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน(KR-ECI) เดือนส.ค.2561
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนเดือนส.ค.ลดลง จากความกังวลราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ไม่กังวลในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม คนกรุงไม่กังวล สวนทางคนต่างจังหวัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงาน ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน(KR-ECI) ในเดือนส.ค. 2561 พลิกกลับมาปรับตัวลดลงจากความกังวลในเรื่องของระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่ ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลในเรื่องภาระหนี้สินที่ลดลง ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์มาจากมาตรการภาครัฐที่มีการลดภาระหนี้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่เกษตรกรรายย่อย

เมื่อมองไปในช่วงไตรมาสสุดท้าย (ต.ค. –ธ.ค.) ของปี 2561 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อเนื่องยังเป็นในเรื่องของระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่คาดว่าจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของราคาอาหารสดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจ รวมถึงค่าโดยสารสาธารณะบางประเภทที่ผู้ประกอบการหลายฝ่ายขอปรับขึ้นเนื่องจากแบกรับต้นทุนไม่ไหว แม้ภาครัฐจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI)ขยับขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ระดับ 46.3ในเดือนก.. มาอยู่ที่ระดับ 46.5ในเดือนส.. เนื่องจากครัวเรือนภาคเกษตรบางส่วนมีความกังวลลดลงต่อประเด็นเรื่องภาระหนี้สินในอนาคต หลังรัฐบาลออกมาตรการลดภาระหนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรรายย่อย (มติ ครม. เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561) ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 3 ปี (1 ส.ค. 2561-31 ก.ค. 2564) และโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย เป็นระยะเวลา 1ปี (1 ส.ค. 2561-31 ก.ค. 2562)

อย่างไรก็ดี ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย(KR-ECI)ในเดือนส.ค. 2561 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 44.8 เนื่องจากครัวเรือนมีมุมมองที่เป็นกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะราคาอาหารสดและราคาพลังงานในประเทศที่เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าร้อยละ1.18 และร้อยละ 0.68 ตามลำดับ

การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาอาหารสดส่วนหนึ่งเป็นผลเนื่องมาจากเทศกาลสารทจีนที่ทำให้ความต้องการอาหารสดเพิ่มขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศมีฝนตกชุกทั่วประเทศ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ในขณะที่ราคาพลังงานภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นส่วนหนึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

จากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 23.2 ของครัวเรือนที่มีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. มาจากระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่สูงขึ้น นับเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นจากการสำรวจในเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 12.8

คนกรุงไม่กังวลน้ำท่วม สวนทางคนต่างจังหวัด

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องความกังวลของครัวเรือนต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันและในระยะข้างหน้าพบว่า ราว 2 ใน 3 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังไม่มีความกังวลว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะทวีความรุนแรงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยไม่ค่อยประสบปัญหาน้ำท่วม รวมถึงมีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เนื่องจากรัฐบาลเข้ามาดูแลเร่งแก้ปัญหา

อย่างไรก็ดี ครัวเรือนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงท้ายปี 2561 มากกว่า โดยเฉพาะครัวเรือนที่อาศัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ค่อนข้างมีความกังวลว่า พื้นที่การเกษตรจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ครัวเรือนขาดรายได้เลี้ยงชีพ

ทั้งนี้ การสำรวจความคิดเห็นของครัวเรือนต่อสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีความจำกัดในการเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่ประสบอุทกภัยในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะทำให้ผลการสำรวจยังไม่สะท้อนภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์