Home ลงทุน ตลาดตราสารหนี้ครึ่งปีแรกโต4.2% ต่างชาติซื้อสุทธิ4.3พันล้าน 

ตลาดตราสารหนี้ครึ่งปีแรกโต4.2% ต่างชาติซื้อสุทธิ4.3พันล้าน 

740
0
SHARE
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ตลาดตราสารหนี้ครึ่งปีแรก ขยายตัวปกติ มููลค่าคงค้าง 12.2 ล้านล้าน เติบโต 4.2% ขณะนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเล็กน้อย 4.3 พันล้าน แม้ว่าจะเผชิญความผันผวนตลาดเงินตลาดทุนโลก

ธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เผยว่า ครึ่งแรกปี 2561 ตลาดตราสารหนี้ไทยเติบโตได้ดี มีมูลค่าคงค้างรวม 12.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จาก 11.56 ล้านล้านบาทเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวมีมูลค่ารวม 4.4 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้ว 1.4% โดยมีมูลค่าคงค้าง ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2561 ที่ 3.45 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2560 คิดเป็นเป็นมูลค่า 184,734 ล้านบาท ซึ่งผู้ออกในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือสูง (ตั้งแต่ A- ขึ้นไป) มีการออกเพิ่มขึ้นกว่า 9% ส่วนผู้ออกกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือต่ำ (ต่ำกว่า BBB- และ Non-rated) มีมูลค่าการออกลดลงและเป็นการออกหุ้นกู้ที่มีการค้ำประกันมากขึ้น (Secured)

ส่วนภาพรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ในครึ่งปีแรก 2561 มูลค้าการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และลดลง 9% จากภาค Real sector และลดลง 55% จาก Bank&Finance

โดยในภาค Real sector ผู้ออกลดการออกตั๋ว BE แต่หันมาออกประเภทหุ้นกู้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ออกกลุ่ม Non-rated เป็นกลุ่มที่ออกตั๋ว BE ลดลงมากที่สุด ส่วนผู้ออกกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือดี (สูงกว่า BBB-) มีมูลค่าการออกตั๋ว BE ทรงตัว ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

การลงทุนจากต่างประเทศ (Fund flow) นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าลงทุนในตราสารหนี้ไทยโดยมีมูลค่าซื้อสุทธิ 4,368 ล้านบาทในครึ่งปีแรก 2561 ประกอบด้วยการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ภาครัฐระยะยาว 84,315 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 79,946 ล้านบาท

ทำให้ครึ่งแรกปี 2561 ต่างชาติมีมูลค่าการลงทุนสะสมสุทธิในตราสารหนี้ไทยทั้งสิ้นอยู่ที่ 843,819 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.17 ของมูลค่ารวมตลาดตราสารหนี้ไทย ในขณะเดียวกันเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุ โดยรุ่นอายุ 2 ปีปรับสูงขึ้น 22 bps. และรุ่นอายุ 10 ปีปรับสูงขึ้น 25 bps. จากสิ้นปี 2560

โดย ธาดา ได้กล่าวถึงกรณีที่เงินต่างชาติไหลออกที่ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวมองว่า fund out flow หรือเงินไหลออก ที่มาจากค่าเงินบาทอ่อน ไม่ได้น่ากลัวสำหรับตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ อีกทั้งยังมองว่า

“ค่าเงินบาทที่อ่อนส่งผลดีต่อการส่งออก กระทบอยู่ในสัดส่วนที่น้อยมากเนื่องจากกลุ่มที่ได้รับผลลบจากค่าเงินบาทอ่อน คือผู้ที่มีเงินกู้ในเงินตราต่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทยมีกลุ่มนี้อยู่น้อยมาก จึงมีผลกระทบน้อย อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอนาคตอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี คาดเงินบาทของไทย มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น”

สำหรับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (รุ่นอายุ 2 ปี) จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะคงที่จนถึงช่วงปลายปี แม้ว่าหลายประเทศจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงต่อเนื่องถึง 12 ปี มีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงและมีหนี้ต่างประเทศต่ำ จึงไม่มีแรงกดดันมากนะที่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเวลานี้

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี มีทิศทางขาขึ้นในกรอบจำกัด ส่วนทิศทางดอกเบี้ยในปีหน้าจะขยับขึ้นในอัตราเร่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ การลงทุนภาครัฐ ความเร่งตัวของเงินเฟ้อ และสภาพคล่องในระบบเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นอาจจะมีความผันผวนที่รุนแรงเป็นครั้งคราวจากนโยบายด้านเศรษฐกิจของสหรัฐ และสงครามการค้า

อย่างไรก็ตาม สมาคมตราสารหนี้ไทย คาดว่าดารออกตราสารหนี้ระยะยาวในช่วงครึ่งปีหลัง จะอยู่ที่ประมาณ 3.27 – 3.7 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดการออกตราสารหนี้ทั้งปี 2561 น่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว คือประมาณ 8 แสนล้านบาท