Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ‘ทรัมป์-คิม จองอึน’จะยุติความขัดแย้งได้จริงหรือ

‘ทรัมป์-คิม จองอึน’จะยุติความขัดแย้งได้จริงหรือ

359
0
SHARE
โดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์และคิม จองอึน เดินทางถึงสิงคโปร์แล้วเมื่อคืนวันอาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวพบปะกันในวันประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาตร์ในวันที่ 12 มิถุนายน 

ขณะที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 7 ประเทศ หรือ G7 เป็นไปตามคาด ได้ทิ้งภาพถ่ายร่วมกันโดยต่างโบกไม้โบกมือมากกว่าจะเป็นภาพที่จับมือไขว้กัน เพื่อแสดงสมานฉันท์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

เมื่อร่องรอยความขัดแย้งเกิดขึ้นอย่างเผ็ดร้อนในเวทีปประชุมสุดยอด G7 ที่แคนาดา ท่ามกลางบรรยากาศการโต้ตอบและกล่าวหากันโดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกรุมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากนโยบายตั้งกำแพงภาษีการค้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ถูกต่อต้านจากผู้นำ 6 ชาติอื่นๆ คือแคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น

ทำให้การประชุมซัมมิต G7 ครั้งนี้ กลายเป็นกลุ่ม G6+1 ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไม่ร่วมในการออกแถลงการณ์ร่วม ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐได้ละทิ้งการประชุม หลังเปิดฉากได้เพียงหนึ่งวันในวาระการประชุมเรื่องมาตรการเรียกเก็บภาษีการค้าที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐ และประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมในวาระที่เหลือ ซึ่งเกี่ยวกับโลกร้อนและข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

ท่ามกลางปัญหาข้อขัดแย้งทางการค้าซึ่งจุดชนวนขึ้นในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10% กำลังนำไปสู่ปมสงครามการค้า ที่ยังคงถูกเฝ้ามองของตลาดการเงินโลกที่มีความผันผวน

หลังจากที่เรื่องการเจรจาการค้าสหรัฐกับจีน และประเด็น G7 ยังคงเป็นปัจจัยด้านลบที่ส่งสัญญาณดอลลาร์อ่อนตัว โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว (Dollar Index) แตะที่ 93.51 ขณะที่บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังคงพุ่งทะลุเหนือระดับ 2.95% ส่วน Dow Fitures ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทล่วงหน้าเปิดช่วงเช้าวันจันทร์ในทิศทางขาลง ติดลบระหว่าง 0.03-0.2%

ทั้งนี้ นักลงทุนจึงเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน เพื่อแสวงหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย 

ไม่เพียงแต่เรื่องสลับซัยซ้อนทางด้านการค้าที่เป็นข้อพิพาทกันสำหรับประเทศและกลุ่มประเทศคู่ค้าสำหรับใน 3 ภูมิภาคในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ที่อาจจะส่งผลต่อปริมาณการค้าโลกที่ลดลง และกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลงในอนาคต  แต่ยังส่งผลต่อทิศทางความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลกที่มีความเสี่ยงมากขึ้น

นักลงทุนยังจับตามองประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และคิม จองอีน ผู้นำเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิถุนายน จะสามารถลดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างกันได้หรือไม่ รวมทั้งนำไปสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ที่เกิดสงครามเกาหลีเหนือ-ใต้ในช่วงปี 1950-1953 ซึ่งต่อมามีการเจรจาพักรบกันจนถึงวันนี้

สิ่งที่เป็นป้าหมายสุดท้าย คือการนำไปสู้การปลดอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ผู้นำสหรัฐได้กดดันผู้นำเกาหลีเหนือในขณะนี้ ขณะเดียวกันคิม จองอืน ได้เรียกร้องที่จะให้การปลดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น 

ทั้งหมดจึงเป็นคำถามที่ทั่วโลกเฝ้ารอคำตอบ ทั้งประเด็นของสงครามการค้า ความขัดแย้งในกลุ่มผู้นำ G7 และการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือในวันพรุ่งนี้ จะนำมาซึ่งเสถียรภาพในภูมิภาคได้หรือไม่

เป็นประเด็นที่ต้องเฝ่ามองกันจนถึงนาทีสุดท้าย