Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ทรัมป์แถลงนโยบาย”ไม่มีอะไรใหม่”

ทรัมป์แถลงนโยบาย”ไม่มีอะไรใหม่”

485
0
SHARE
โดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสสหรัฐเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2017 ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ถึงการที่ได้มองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในการที่จะมีการประนีประนอมกันในแวดวงการเมืองของสหรัฐ สำหรับที่จะการสร้างมาตรฐานการดำรงชีวิตใหม่ของคนอเมริกันในช่วงศตวรรษที่ 21

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐอัตราการเติบโตสูงขึ้นเป็น 2 เท่าตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่รวดเร็ว พร้อมกับกล่าวเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายการค้าต่างตอบแทน

หากปรากฎว่า ประเทศอื่นๆ มีการกำหนดอัตราภาษีที่ไม่เป็นธรรมต่อสินค้าอเมริกัน ก็ควรจะเรียกเก็บภาษีในระดับเดียวกันกับสินค้าทุกประเภทที่ประเทศนั้นๆ ขายให้กับสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีสัญญาระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับสภาคองเกรสในการผ่านร่างกฎหมายที่จะทำให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในอนาคต 

หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การบริหารของรัฐบาลยังได้ทำให้เกิดการจ้างงานใหม่ถึง 5.3 ล้านคน การจ้างงานใหม่ในภาคการผลิตอุตสาหกรรมอีก 600,000 คน การปรับค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบทศสรรษ

นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีการแจกจ่าย Food Stamps ให้กับชาวอเมริกันถึง 5  ล้านคน

ในขณะที่อัตราการว่างงานลดลงต่ำสุดในรอบ 50 ปี โดยที่ชาวอเมริกันกว่า 157 ล้านคนยังมีงานทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกลุ่มคนที่เป็น African-American, Hispanic-American และ Asian-American ก็มีอัตราการว่างงานต่ำสุดเช่นเดียวกัน

ส่วนมาตรการลดภาษีได้ช่วยให้ครอบครัวชาวอเมริกันได้ประโยชน์ในการขอคืนภาษีสำหรับบุตร (Child Tax Credit) รวมทั้งมาตรการภาษีทางด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อช่วยธุรกิจขนาดย่อมและครอบคัวที่เป็นชาวไร่

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงนโยบายสนับสนุนโครงการขุดเจาะแหล่งพลังงานธรรมชาติ จนกระทั่งสามารถทำให้สหรัฐกลายมาเป็นประเทศที่มีการส่งออกสุทธิทางด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในรอบ 65 ปี

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุถึงวาระการทำงานให้กับคนอเมริกันที่สามารถร่วมมือกันได้ของ 2 พรรคการเมืองในการจัดวางระบบป้องกันการอพยพเข้าเมือง หรือแบ่งแยกเรื่องการลักลอบอพยพเพื่อเข้ามาหางานทำ การทำให้ยารักษาโรคมีราคาถูกลง และการจัดทำ Infrastructure Plan ที่เร่งด่วนร่วมกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย First Step Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับคดีอาญา โดยควรให้โอกาสกับผู้กระทำความผิดที่ไม่ร้ายแรงให้สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง ในฐานะพลเมืองที่มีศักยภาพที่จะหางานทำ

สำหรับวาระที่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อยุติภาะสงครามในซีเรียและอัฟกานิสถาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเดินหน้าพบปะกับประธานาธิบดีคิม จองอึน ในการหารือความคืบหน้าที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจจะมีการประชุมกันในช่วงวันที 27-28 กุมภาพันธ์ ที่เมืองดานัง ของเวียดนาม รวมถึงการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อให้ได้ข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนฉบับใหม่ให้ทันเส้นตายภายในวันที่ 2 มีนาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์กลับไม่ได้สร้างความมั่นใจต่อเรื่องสำคัญ คือ ปัญหา Government Shutdown ที่มีการใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวขณะนี้ กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์จะมีทิศทางในการยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและสภาคองเกรสอย่างไร หลังจากที่ปัญหา Shutdown ที่เกิดขึ้นล่าสุดรวม 35 วันในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐเป็นมูลค่าถึง 11,000 ล้านดอลลาร์