Home คอลัมนิสต์ ขวัญชนก วุฒิกุล ทุนการศึกษาลูก (2)

ทุนการศึกษาลูก (2)

695
0
SHARE

Money Care สัปดาห์ที่แล้ว เขียนเรื่องทุนการศึกษาลูก ตอนที่ 1 ว่าด้วยกรณีศึกษา 3 กรณีที่เป็นเรื่องจริง ซึ่ง 2 ใน 3 ของตัวอย่างที่ยกมา เป็นเรื่องที่เด็กๆ ได้ทุนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่คนหนึ่งพิจารณาไม่รอบคอบ ทำให้การเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนต้องสะดุดลง ขณะที่อีกคนหนึ่งดูเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว คิดเผื่อหน้าเผื่อหลังไว้แล้ว ทำให้วันนี้น้องใกล้จะบรรลุเป้าหมายในการเรียนจบชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน โดยได้รับทุนสนับสนุนตลอด 4 ปี

ข้อคิดสำหรับตอนที่แล้ว ก็คือ ทั้งตัวเด็กและพ่อแม่ต้องช่วยกันดูเงื่อนไขการรับทุนสนับสนุนการศึกษาอย่างละเอียด ประเมินความสามารถของลูกและของตัวเองในกรณีที่เลวร้ายที่สุดว่า ถ้าลูก “หลุดทุน” ไม่ว่าจะทางใด เราจะมีหนทางสนับสนุนให้ลูกเรียนต่อได้หรือไม่ อย่างไร

ส่วนสัปดาห์นี้ ยังขอต่อในเรื่องของทุนการศึกษาลูกอีกหนึ่งตอน แต่จะเป็นตอนที่ว่าด้วย “ขั้นตอนการวางแผน ออมเงินไว้ให้ลูก” แบบไม่ง้อทุนสนับสนุนจากหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษา แต่เป็น “ทุน พ.ม.” ย่อมาจาก “ทุนพ่อแม่” ล้วนๆ

ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเตรียมตัวเพื่อออมเงินให้ลูกสำหรับใช้เป็นทุนการศึกษา หรือตั้งเป้าหมายว่า ลูกจะต้องเรียนที่นั่น เรียนที่นี่ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้กับลูก เรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องแรกก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสำรวจ “ฐานะ” ของตัวเองเสียก่อนว่า ฐานะทางการเงินของครอบครัวเป็นอย่างไร บ้านเรามีความสามารถในการหารายได้แค่ไหน พ่อและแม่มีความมั่นคงในหน้าที่การงานเพียงใด และสำคัญกว่านั้นคือ คุณพ่อคุณแม่มีลูกกี่คน เพราะจำนวนของลูก คือ ค่าใช้จ่ายที่เราต้องคูณหนึ่ง คูณสอง หรือคูณสาม

บางครอบครัวนั้น รัดกุมถึงขนาดวางแผนล่วงหน้าว่า จะมีลูกได้กี่คน เทียบกับความสามารถในการเลี้ยงดู

เมื่อสำรวจฐานะตัวเองแล้ว ขั้นที่ 2 คุณพ่อคุณแม่ต้องลงมือสำรวจค่าใช้จ่ายตลอดช่วงชีวิตของลูก ตั้งแต่เกิดจนพวกเขาเติบโตจนสามารถดูแลตัวเองได้ โดยอาจจะแบ่งเป็นช่วงก่อนวัยเรียน ที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าคลอด ค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าวัคซีน รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ซึ่งช่วงนี้จะมะรุมมะตุ้มกับลูกตัวร้อนบ้าง ร้องไห้โยเย ปวดท้อง และ ฯลฯ

จนกระทั่งถึงช่วงเข้าสู่วัยเรียน ก็จะมีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ตรงนี้แหละค่ะที่คุณพ่อคุณแม่ต้องวางแผนว่าจะให้ลูกเรียนแบบไหน ยังไง และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องมองยาวแบบเผื่อเหลือเผื่อตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยเลยนะคะ เรามีกำลัง (ทรัพย์) แค่ไหน อาจจะตั้งเป้าหมายของลูกให้สูงกว่ากำลังที่มีในขณะนั้นได้ค่ะ เพราะโดยปกติถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ยิ่งลูกเติบโตขึ้น ฐานะทางการเงินหรือหน้าที่การงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรที่จะมั่นคงขึ้น

ใครที่ลูกยิ่งโต ความมั่นคงทางการเงินและการงานของตัวเองยิ่งถอย ถือว่ามาผิดทางนะคะ

หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้อง “จัดสรรเงินออมและเงินลงทุน” ค่ะ เริ่มต้นจากการหักเงินออมและเงินลงทุนออกจากรายได้ของทั้งสองคน แล้วนำเงินออมและเงินลงทุนนั้นมาวางแผนระยะสั้นและระยะยาวให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการใช้เงิน จะแบ่งเป็นลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะสั้น 1-3 ปี หรือลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว 3-5 ปี ก็ลองจัดสรรดู แต่ขอย้ำว่า เงินออมและเงินลงทุนในส่วนนี้ไม่ควรนำไปทำอะไรที่ “เสี่ยงเกินไป” ต้องนึกไว้เสมอว่า “นี่ทุนการศึกษาของลูก”

อะไรที่สุ่มเสี่ยงจะถูกโกง หรืออะไรที่เราไม่มีความรู้ เอาผลตอบแทนสูงๆ มาหลอกล่อ แต่มีอะไรน่าสงสัยเยอะๆ แบบนี้ต้องเลี่ยงเลยค่ะ เก็บเงินฝากแบงก์กินดอกเบี้ยต่ำก็ยังดีกว่าเงินที่ลูกต้องใช้เรียนหนังสือหายไปทั้งก้อน

ข้อสุดท้ายที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย คือ ต้องคอยอัพเดทสถานการณ์และปรับแผนการเงินสม่ำเสมอ เพราะเป้าหมายของลูกเมื่อเติบโตขึ้นอาจจะเปลี่ยนไป หรือศักยภาพของลูกอาจจะมากขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินสำหรับการศึกษาเพิ่มขึ้น ถ้าหมั่นปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนหรือการเงิน ก็จะได้ไม่มีปัญหาสะดุดในภายหลัง

อ่าน Money Care สองตอนต่อเนื่อง คุณพ่อคุณแม่ก็คงมีไอเดียเกี่ยวกับการวางแผนการเงินสำหรับเรื่องเรียนของลูกเพียงพอแล้วล่ะค่ะ