Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย ชี้อนาคตธุรกิจไทยจะอยู่รอดต้องมี‘ธรรมาภิบาล’

ชี้อนาคตธุรกิจไทยจะอยู่รอดต้องมี‘ธรรมาภิบาล’

1060
0
SHARE

สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ร่วมกับองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเสวนาเรื่อง “Better Governance, Better Business: Thailand’s Progress” เพื่อหาแนวทางสร้างธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจไทยเพื่อความยั่งยืน

Mr. Stanley Kang, Chairman – JFCCT (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand) ในฐานะผู้แทนของหอการค้าจากประเทศต่างๆ มองว่า ธรรมาภิบาล เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือ การที่มีสถาบันที่ดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจ

แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธรรมาภิบาลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะสบายใจได้ ต้องการมีเร่งรัดเรียนรู้ให้ธรรมาภิบาลเกิดขึ้นจริง โดยต้องมีการปรับปรุงและดำเนินการในหลายจุด ได้แก่

มีรัฐบาลที่ดี
องค์กรต้องตระหนักในความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งภายนอกและภายใน
กลุ่มต่างๆเหล่านี้ต้องมีการร่วมกันต่อต้านการทุจริตทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
มีกฎหมายเข้มแข็งขึ้นในการใช้คุ้มครองพยาน และให้อำนาจผู้คนมากขึ้น

ที่สำคัญ ธรรมาภิบาลต้องช่วยเหลือให้ทำงานได้อย่างดี โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ กฎหมายของประเทศไทยเป็นส่วนที่สำคัญที่รัฐบาลพยายามแสดงให้เห็นว่าพยายามจะปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะนิติธรรมนั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศมีธรรมาภิบาล

“สิ่งที่ควรปรับปรุงในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการมีธรรมาภิบาล คือการออกกฎหมายต้องมีมาตรฐาน ต้องทำให้เป็นปึกแผ่นมากขึ้น ต้องปฏิรูปให้มีกฎหมายที่ดีขึ้น ส่งเสริมองค์กรให้ทำหน้าที่ดีขึ้นในแง่ของธรรมาภิบาล ในเวลาเดียวกันต้องพัฒนาด้านเศรษฐกิจมากขึ้นด้วย”

‘กอบศักดิ์’ยันรัฐบาลมุ่งสร้างธรรมาภิบาล

ด้าน กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมานานในประเทศไทย และมันมีรากฐานมายาวนาน แต่ 15 ปีที่ผ่านมา มีการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนธรรมาภิบาลมากขึ้น รัฐบาลปัจจุบันตลอดจนเอกชนก็ออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างชัดเจน นับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

กอบศักดิ์ มองว่าโครงสร้างการต่อต้านการทุจริตมากกว่ารัฐบาลอื่นๆที่ผ่านมา ที่มีการปรับปรุง นับตั้งแต่เรื่องของกฎหมาย ที่มีการวางโครงสร้างคือ รัฐธรรมนูญใหม่ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น รัฐธรรมนูญต้านการทุจริต เป็นการตั้งใจจะดูแลประชาชนให้มีบทบาทมากขึ้น ให้อำนาจผู้คนเข้าถึงข่าวสาร ให้อำนาจรัฐบาลต่อสู้กับคอร์รัปชัน

มีกฎหมายอำนวยความสะดวก ที่เป็นความต้องการจากภาคเอกชนที่ร้องขอมาเป็นเวลานาน โดยรัฐตัดสินใจออกกฎหมายนี้ ผ่าน สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. เพื่อให้อำนาจประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุง ให้ระบบการทำงานของราชการ สามารถรับใช้ประชาชนให้ดีขึ้น

ล่าสุด มีการเปิดเว็บไซต์ใหม่ ‘สายตรงลุงตู่’ หรือ ‘สายตรงไทยนิยม’ เป็นส่วนที่มีการแอคทีฟตลอดเวลา มีสมาชิก 60,000 รายในวันเดียว ทำหน้าที่เป็นแหล่งที่ดีของข้อมูล

มีประชาชนส่งข้อมูลการทุจริต เป็นเคสที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่จริงๆ มีการแจ้งความไม่สะดวกจากการบริการของรัฐบาล นับเป็นการให้อำนาจประชาชน เข้าถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข เป็นพลังคนในยุคดิจิทัล กอปรกับกฎหมายใหม่ที่คุ้มครองผู้เปิดเผยข้อเท็จจริงเหล่านี้ แล้วจัดการกับผู้ที่กระทำผิด ติดสินบน

มั่นใจกฎหมายใหม่หนุนมีส่วนร่วม

กอบศักดิ์ กล่าวว่ากฎหมายใหม่ จะมีการลงข้อมูลตัวบทกฎหมายไว้ในเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทางราชการ ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์ดี เนื่องจากที่ผ่านมามักจะมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อำนาจต่างๆกับประชาชน สร้างความเสียหาย และสูญทรัพย์

หากทุกคนสามารถรับรู้กฎเกณฑ์ผ่านเว็บไซต์จะช่วยลดปัญหานี้ลง ที่สำคัญกฎหมายใหม่นี้จะทำให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เข้ามาเป็นสมาชิกของคณะกรรมการ เพื่อเสนอและตรวจสอบได้ในเวลาเดียวกัน

ตั้งเป้า12เดือนปรับโครงสร้างใหม่

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีเป้าหมายที่จะดำเนินการ ปรับปรุงโครงสร้างต่างๆ ภายใน 12 เดือนข้างหน้า เพื่อทำไปสู่รากฐานของธรรมาภิบาลที่ดีในประเทศ

อาทิ นโยบายใหม่ที่จะการสร้างความเข้มแข็งจากด้านล่าง ไปสู่ด้านบนของพีรามิด นั่นคือการแก้ปัญหาวางรากฐานกับประชาชนที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในภาคกสิกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่ของประเทศ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ต้องดูแลประชาชนกลุ่มนี้ให้ได้ก่อน จึงจะบรรลุผลในอีก 20 ปีข้างหน้าได้

ขณะเดียวกันก็มีการรวบรวมข้อเสนอแนะจากเอกชนและพบว่ามีกฎเกณฑ์ในการดำเนินงานต่างๆที่เป็นอุปสรรค ทำให้ริเริ่มลดกฎเกณฑ์ลง จากที่มีอยู่เดิมกว่า 60,000 ไรเซน มีเป้าหมายลดลงเหลือราว 1,000-1,200 ฉบับ โดยจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ค. นี้

นอกจากนี้จะมีนโยบายธรรมาภิบาลใหม่ ที่จะเอื้อให้คนในชุมชนมีธนาคารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีกฎหมายด้านการเงินให้ที่มีความมั่นคงและปลอดภัย สร้างความสมดุลให้หมู่บ้านและชุมชน เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลในชนบทไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารได้ โดยคาดว่า หาก พรบ. นี้ออกมาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมากได้

ที่สำคัญคือการดูแลประชาชนกลุ่มที่เข้าสู่วัยชรา เพื่อให้รับทราบถึงสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับจากรัฐบาล หากมีช่องทางที่สามารถตรวจสอบได้ ก็จะสร้างความเข้มแข็งในภาคสังคมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในเวทีสัมมนา ยังมีการพูดคุยถึงทิศทางของการสร้างธรรมาภิบาลในมุมมองของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง IOD, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.), ตลาดหลักทรัพย์ และ องค์การต้านคอรัปชั่น

ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติ

บัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ IOD กล่าวว่า การทำให้ธรรมาภิบาลที่ดีขึ้นไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ผู้ประกอบการต้องตระหนักรู้ในธรรมาภิบาลว่าเป็นรากฐานสำคัญในการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน ในการปรับปรุงและสร้างนโยบายธรรมาภิบาลที่ผ่านมานับว่าสังคมไทยตื่นตัวมากขึ้น จากตัวชี้วัด คือการปรับปรุงคะแนน Corporate Governance (CG) ที่ขยับขึ้นไปอยู่ที่อันดับที่ 80 จาก 100

การริเริ่ม ธรรมาภิบาลจะนำไปสู่วัฒนธรรมที่ดี ต้องเริ่มที่ทัศนคติ การตระหนักรู้ของคนในองค์กร การเข้าร่วมประชุมของ IOD ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ธรรมาภิบาลมากกว่าในอดีต

บัณฑิต มองว่า เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของ CG ในอนาคตต้องมีการปรับปรุง คือกระจายแนวปฏิบัติให้มากขึ้น และกระจายไปให้ถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ต้องมีการส่งเสริมจากภาครัฐ และคณะกรรมการต้องมีการดำเนินการธรรมาภิบาลที่ดีเป็นตัวอย่างก่อน

ธุรกิจแบบครอบครัวเป็นปัญหาใหญ่

รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. พูดถึงมุมการสร้างความไว้วางใจในตลาดทุนไทย มองว่าโครงสร้างบริษัทแบบครอบครัวเป็นปัญหาท้าทายอย่างหนึ่งที่ต้องเอา CG เข้ามาใช้ให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา มีแค่ 12% ของบริษัทที่อยู่ในลักษณะของการบริหารแบบครอบครัว ที่ประสบความสำเร็จในรุ่นที่ 3 ซึ่งกลุ่มที่ประสบความสำเร็จเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนทัศนคติ มองว่าธรรมาภิบาลไม่ได้เป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ แต่เป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ

หน้าที่ของ ก.ล.ต. เองปัจจุบัน ได้รับอำนาจเข้าไปแทรกแซง รวมจริยธรรมทางด้านการตลาดที่ ก.ล.ต. สามารถนำคดีต่างๆไปสู่ชั้นศาล เพื่อช่วยจับตาและลดปัญหากรณีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ได้สิ่งต่างๆมาโดยไม่ถูกต้อง

ในแง่พลังของตลาด พลังของนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้มองแค่ผลประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น แต่ยังพิจารณาในแง่ของธรรมาภิบาล ว่าบริษัทที่จะลงทุนมีคุณสมบัตินี้อย่างไร

ทำหนังสือแจ้งอิตาเลียนไทยเรื่องคดี

อาทิ ในกรณีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอิตาเลียนไทย ในเรื่องของคดีต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ก.ล.ต. เองมีการเขียนจดหมายถึงคณะกรรมการให้ผู้มีส่วนได้เสียให้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญมากกว่าคำตอบของคำถามที่ว่า จะมีการพิจารณาโทษอย่างไร คือการที่ผู้ลงทุนถามตัวเองว่าตัวเองว่าจะลงทุนกับบริษัทเหล่านี้ไหม เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นต้องมีการเปลี่ยนทัศนคติ เพราะเรื่องการละเลยธรรมาภิบาลไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของทุกคน

ในอนาคตบจ.ต้องมีคะแนนธรรมาภิบาล

เช่นเดียวกับ เกษรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ความเห็นด้วยว่า หลักธรรมาภิบาลเป็นเรื่องของทุกคน มองว่าการมีธรรมาภิบาลที่ดีเป็นการสร้างความยั่งยืนได้จริง และไม่ใช่อุปสรรคในการขยายตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทในตลาดที่ดำเนินการเรื่องธรรมาภิบาล โดยรวมยังเติบโตไปถึง 426 พันล้านบาท

เกษรา มองว่า ESG (Environmental, Social, and Governance) จะกลายเป็นส่วนสำคัญที่นักลงทุนในหุ้นระยะยาวหยิบยกขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาก่อนลงทุน ที่สำคัญการใช้ธรรมาภิบาลที่ดีในการดำเนินกิจการยังเชื่อมโยงไปถึงความยั่งยืนของธุรกิจและราคาของหุ้น

ดังนั้นบริษัทควรทำ ESG เป็นสิ่งแรก และควรเสนอให้บริษัทจดทะเบียนอื่นทำด้วย เพราะในอนาคตบริษัทในตลาดจะต้องมีคะแนนธรรมภิบาล จาก IOD หรือองค์กรอื่นๆ ระบุสถานะด้วยเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับให้นักลงทุนพิจารณาด้วย

ประชาชนต้องมีส่วนร่วมต้านทุจริต

ด้าน วิเชียร พงศธร รองประธานด้านการต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า กฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมด ประเด็นสำคัญคือประชาชน เราจำเป็นต้องผลักดันความต้องการนำกฎหมายมาใช้ให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่อยู่บนหิ้ง โดยขจัดกฎหมายที่ไม่มีประโยชน์ให้น้อยลง และทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบนิเวศของธรรมาภิบาล ดังนี้

  • IOD จัดอันดับให้บริษัทต่างๆที่มีธรรมภิบาลและมีความพยายามอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การมีส่วนร่วมเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้ได้การรับรอง ควรจะมีการปฏิบัติลงไปตั้งแต่ด้านบนสู่ล่างจริงๆ นำไปใช้จริง
  • เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั้งหมด ทุกคนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลให้ดีขึ้น
  • สนับสนุนให้มีผู้รายงานข่าวในเชิงสืบสวนสอบสวนที่มีอยู่น้อยมากในขณะนี้ เช่น สำนักข่าวอิศรา มองว่าการรายข่าวลักษณะนี้มีความสำคัญมาก ในการเพื่อเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ติดตามเรื่องรายต่างๆอย่างละเอียด และเป็นมืออาชีพ
    การมีส่วนร่วมของประชาชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เปิดเผยมา ปัจจุบันมีอะไรที่ผิดปกติ หรือมีความเสี่ยง เพื่อลดการคอรัปชั่นในไทย เสมือนมีดวงตาคอยจับจ้องอยู่ทุกทิศทาง
  • ตลอดจนการสร้าง แพลตฟอร์มที่ช่วยในการดูแลเรื่องธรรมาภิบาล เช่นระบบ CAC หรือแอปพลิเคชั่น Watchdog ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ประชาชนสามารถรายงานสถานการณ์การทุจริตเข้ามาในระบบได้ ที่จะขยายต่อไปในกระทรวงอื่นๆ ตลอดจนสถาบันการศึกษาเพื่อปลูกฝังเรื่องธรรมาภิบาลแก่นักเรียนนักศึกษาได้อีกด้วย

วิเชียร กล่าวอีกว่า การคอรัปชั่น จ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการในระยะสั้นแต่หยั่งรากลึกทำลายสังคมมาอย่างยาวนาน จะถูกเปลี่ยนเป็นหลักธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งในสังคมได้ ก็ต่อเมื่อทุกคน ทุกภาคส่วนร่วมผลักดันและตระหนักว่าธรรมาภิบาลในองค์กร คือหลักสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจที่ยั่งยืน สกัดวงจรอุบาทว์ที่หยั่งรากลึกมานาน และนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศได้