Home ทิศทางเศรษฐกิจ ฝันของหนอนตัวจริง “ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง” ทางเลือกของคนซื้อ ทางรอดของธุรกิจ

ฝันของหนอนตัวจริง “ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง” ทางเลือกของคนซื้อ ทางรอดของธุรกิจ

1616
0
SHARE

คนที่ชอบอ่านหนังสือตัวยง บางทีอ่านชนิดวางไม่ลง ติดงอมแงม คงดีใจ กับร้านหนังสือบริการตัวเอง ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า และชำระเงินทางมือถือ ไม่เพียงสะดวกสำหรับหนอนหนังสือ แต่ยังเป็นทางรอดของร้านหนังสือในยุคต้องสู้กับอีบุ๊คที่กำลังมากแรง 

สิ่งเหล่านี้เป็นจริงที่สาขา Longgangcheng ของเซินเจิ้น บุคมอลล์ หลังจากได้ดำเนินการทดลองมาระยะหนึ่งแล้วเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ก.ค.

ห้างร้านหนังสือนี้ ถือเป็น book mall แบบไฮเอนด์แห่งแรกในเมืองเซินเจิ้น ห้างหนังสือนี้มีถึง 7 ชั้น เนื้อที่อ่านหนังสือมีมากถึง 35,800 ตารางเมตร

ร้าน “Abu e self-service” เป็นร้านหนังสือที่เตะตามากที่สุดในห้างแห่งนี้ ความที่ตั้งอยู่ชั้นแรก และไม่เป็นเพียงร้านหนังสือบริการตัวเองแห่งแรกในเซินเจิ้นเท่านั้น แต่ยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย

ระบบอัจฉริยะของร้านเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าไปในร้านด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด และหาหนังสือเจอภายในเวลาอันรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีแยกแยะแบบอัจฉริยะที่อิงกับ Internet of Things

ระบบยังสามารถให้ข้อมูลหนังสือได้ที่เคาน์เตอร์เช็คเอาท์ และลูกค้าสามารถจ่ายเงินผ่านแอปบนมือถืออย่างวีแชทของเทนเซนต์ และอาลีเพย์ของอาลีบาบา

นอกจากเซินเจิ้นแล้ว ร้านหนังสือยังเปิดตัวมากขึ้นในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง หนานจิง เสิ่นหยาง และเหอเฟย์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการของรัฐบาลท้องถิ่นที่นำมาใช้เมื่อเดือนมิ.ย. 2559 ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินอุดหนุน การลดหย่อนภาษี และการเร่งออกใบอนุญาตทำธุรกิจ

นับจากปี 2556 มีการยกเว้นภาษีให้ปีละมากกว่า 5,000 ล้านหยวน ขณะที่กระทรวงการคลังให้โบนัส 670 ล้านหยวนแก่ร้านหนังสือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

กรุงปักกิ่งระบุว่าจะเพิ่มความพยายามพัฒนาร้านหนังสือ ผ่านนโยบายต่างๆ อย่างให้เงินอุดหนุนและลดภาษี เพื่อสร้างบรรยากาศการอ่านสำหรับประชาชน โดยกรุงปักกิ่งจะลงทุน 50 ล้านหยวนเพื่อสนับสนุนการสร้างและดำเนินงานร้านหนังสือในปีนี้

ปักกิ่งมีแผนสร้างห้างหนังสือขนาดใหญ่ 16 แห่ง ในแต่ละเขต และร้านหนังสือเฉพาะทางอีก 200 แห่งในเมืองภายในปี 2563

ห้างหนังสือเหล่านี้จะเป็นศูนย์สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เพราะไม่เพียงขายหนังสือ แต่ยังจัดบรรยาย กิจกรรมการกุศล และอีเวนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรม

เมื่อปี 2559 และ 2560 คนในกรุงปักกิ่งอ่านหนังสือเฉลี่ยประมาณปีละ 10 เล่ม ส่วนระดับประเทศนั้นอ่านประมาณ 4 เล่ม คนปักกิ่งมากกว่า 60% ซื้อหนังสือจากร้านหนังสือมากกว่าทางออนไลน์

รายงานเกี่ยวกับร้านหนังสือระบุว่าบรรดาร้านหนังสือกำลังแสดงสัญญาณของการฟื้นคืนชีพ ไม่ว่าจะเป็น Xinhua Bookstore ที่กำลังมองหาลู่ทางสร้างแบรนด์ลูกเพื่อขยายธุรกิจ ส่วนเชน Sisyphe มีสาขา 111 แห่งทั่วประเทศ และมีรายได้ 520 ล้านหยวนเมื่อปีที่แล้ว

ความเฟื่องฟูของร้านหนังสือทำให้แม้แต่ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่างเจดีดอทคอมกับทีมอลล์ พากันสร้างร้านหนังสือบ้าง ขณะที่ dangdang.com ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านหนังสือออนไลน์รายแรกๆ ของจีน ก็เปิดร้านเช่นกันถึง 160 สาขา และสร้างเพิ่มอีก 100 สาขาใน 30 เมืองในปีนี้

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ร้านหนังสือต่างสรรสร้างประสบการณ์ที่เป็นมูลค่าเพิ่ม เพื่อแข่งกับร้านหนังสือออนไลน์ หลายร้าน อย่าง Light Space เน้นที่การดีไซน์ ส่วนเมื่อปีที่แล้วสาขาของ Xinhua Bookstore ในเมืองเป่าติ้ง ชนะรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม German Red Dot: Best of the Best design award ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลระดับโลก

กลยุทธ์การตลาดอีกอย่างหนึ่งคือการสต็อกหนังสือเฉพาะกลุ่ม ที่ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่าย

ผู้จัดการร้าน Light Space เล่าว่าทางร้านได้พัฒนาระบบอัจฉริยะเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อ่าน หาหนังสือได้ง่ายขึ้น โดยเน้นสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านหนังสือ

ขณะเดียวกัน หลายร้านก็นำสินค้าอื่นมาขายด้วย อย่างเครื่องเขียน ชุดน้ำชา และกาแฟ บางร้านเสนออาหาร จัดนิทรรศการ และกิจกรรมสำหรับเด็ก บ้างก็ขายเสื้อผ้า และงานฝีมือ ลูกค้าจำนวนมากไปร้านหนังสือแล้วก็พากันถ่ายรูป ถ่ายเซลฟีด้วย

ร้าน Northern Book Town ในเมืองเสิ่นหยาง รายงานว่า 65% ของรายได้มาจากการขายหนังสือ 20% มาจากการขายอาหาร และ 15% มาจากการขายสินค้าอื่นๆ

สำหรับพฤติกรรมของคนอ่านนั้น นอกจากไปเพื่ออ่านและซื้อหนังสือแล้ว หลายคนยังไปร้านหนังสือเพื่อฆ่าเวลา ดูหนังสือ ฟังการบรรยายเกี่ยวกับหนังสือ ดื่มกาแฟ-ของว่าง และคุยกับเพื่อน