Home Live - Clip ททท.หนุนสตาร์ทอัพเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว”ยุโรป”

ททท.หนุนสตาร์ทอัพเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว”ยุโรป”

286
0
SHARE

ททท. เตรียมพา “สตาร์ทอัพไทย” เปิดตลาด “ยุโรป” แถบ สวีเดน , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ และฟินแลนด์ สร้างประสบการณ์ใหม่ สวนกระแสนักท่องเที่ยวเลิกบินไกล เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งเป้านักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3-5

นางสาวสุปราณี ป้องปัด ผู้อำนวยการฝ่าภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และ นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท. ประจำสำนักงานกรุงสตอกโฮล์ม ร่วมแถลงข่าวโครงการ “Bringing The New Shades Of Thailand to Nordic Travelers” โดยการเปิดรับสมัครกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพไทย ทุกสาขา ที่มีนวัตกรรมและ Digital assets ที่สามารถต่อยอดขยายตลาดไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศสวีเดน , เดนมาร์ก , นอร์เวย์และฟินแลนด์ หรือที่เรียกว่า “กลุ่มประเทศนอร์ดิก” โดยตั้งเป้า กลุ่มนักท่องเที่ยวปัจจุบันชาวยุโรปที่นิยมใช้เทคโนโลยีในการวางแผนการท่องเที่ยว

นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท. ประจำสำนักงานกรุงสตอกโฮล์ม ระบุว่า สำหรับนักท่องเที่ยว ในกลุ่มประเทศนอร์ดิก มาท่องเที่ยวในประเทศไทย อยู่ที่ 751,159 คน ในปี 2561 สร้างรายได้ให้ประเทศไทยถึง 65,710.33 ล้านบาท โดยใช้เวลาท่องเที่ยวในประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ 17 วัน และมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งถึง 87,000 บาท

จากการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 80 เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งและทำแผนการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง โดยการจองผ่านทางระบบออนไลน์ มากกว่าการมาท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ดังนั้นหมายหลักของเราคือการทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับมาท่องเที่ยวอีก มีความพึงพอใจในการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยรวมถึงมีความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวต่างๆ

สำหรับโครงการ “Bringing The New Shades Of Thailand to Nordic Travelers” อยู่ภายใต้โครงการหลักในการเปิดใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้องการที่จะให้ผู้ให้บริการโรงแรมและการท่องเที่ยวต่างๆรวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่จะได้นำธุรกิจของตนเองไปยังนักท่องเที่ยวได้โดยตรงโดยไม่ผ่านเอเจนซี่

สำหรับเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เลือกกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพมาเป็น เรือธงที่จะมาอุดช่องว่างต่างๆที่บริษัทนำเที่ยวและบริษัทผู้ให้บริการท่องเที่ยวไม่ทำ เช่นการจัดโปรโมชั่นที่เกี่ยวกับสนามกอล์ฟหรือโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ในร้านที่ไม่มีบุฟเฟ่ต์ ซึ่งกลุ่มธุรกิจเหล่านี้มองเห็นช่องว่างต่างๆในตลาด ซึ่งทางทททจะนำกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ไปเปิดตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวดังกล่าว ซึ่งการเริ่มโครงการนี้ไม่ใช่จุดอิ่มตัวของกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ ททท. ทำอยู่ปัจจุบันแต่เป็นเพียงการเปิดช่องทางใหม่ๆสำหรับนักท่องเที่ยวในการใช้จ่ายในประเทศไทยมากขึ้น

แต่ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มประเทศยุโรป มีการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยการลดการท่องเที่ยวในระยะไกลที่ใช้เครื่องบินถึงร้อยละ 30 ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในรอบ 10 ปีทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปปรับลดลง แต่ขณะที่เป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพราะในกลุ่มประเทศนอร์ดิก มีประชากรประมาณ 25 ล้านคนและคิดเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ถือหนังสือเดินทาง ประมาณ 10 ล้านคน แต่จะให้นักท่องเที่ยวเดิมใช้จ่ายมากขึ้นในระหว่างการท่องเที่ยวประมาณร้อยละ 3-5 ในปี 2562 โดยปัจจัยที่อาจส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวนอนดึกมายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นคือเรื่องของการที่ประเทศไทยปิดอุทยานแห่งชาติต่างๆเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นคืนเพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ชื่นชอบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นพิเศษ

นางสาวสุปราณี ป้องปัด ผู้อำนสยการฝ่าภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ระบุ การบุกในตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศนอร์ดิกไม่ได้ทดแทนตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง เป็นโครงการที่จะทำอยู่แล้วในปีงบประมาณโดยใช้กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ เป็นตัวกลาง ที่ผ่านมาก็มีธุรกิจสตาร์ทอัพ ไทยที่กลุ่มนักท่องเที่ยวนี้ชื่นชอบ เช่น เว็บไซต์ที่รวบรวมสอนมวยต่างๆในประเทศไทย ซึ่งเดิมกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะชื่นชอบการท่องเที่ยวใน ภูเก็ต แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเยอะเกินไป จึงเริ่มขยับขยายไปยัง จังหวัดกระบี่และเมืองรองต่างๆ ทั้งด้านวัฒนธรรมเช่นจังหวัดทางภาคเหนือ สุโขทัย , น่าน , แพร่ , เชียงราย , แม่ฮ่องสอน และ การท่องเที่ยวจังหวัดที่ติดทะเล เช่น อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช รหัสโครงการนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อาจมีการต่อยอดขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ

ซึ่งสำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการประกวดธุรกิจ startup ในปีที่ผ่านมาและได้มีการส่งรายละเอียดธุรกิจผู้ชนะการประกวด ไปยังสำนักงาน ททท. ต่างๆทั่วโลกและสำนักงานประจำกรุงสตอกโฮล์มก็ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น

สำหรับระยะเวลาในการดำเนินโครงการ เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพที่ต้องการร่วมโค่งการ ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ไปจนถึงวันที่ 14 ก.ค. นี้ และ ททท. จะให้ความรู้กับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพื่อให้ไปศึกษาพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศนอร์ดิก และแนะนำโปรโมชั่นต่างๆรวมถึงข้อเสนอสำหรับนักท่องเที่ยว มาเสนอในวันที่ 6 ส.ค. โดย ททท. จะเป็นคนกลางในการให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการนำโครงการส่งเสริมการขายกลับไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เข้ากับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศดังกล่าว เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ตระหนักและรับรู้ถึงมุมมองใหม่ของประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมให้กิจการภาพของไทยขยายฐานตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นและให้มีงานต่อยอดทางธุรกิจ