Home ลงทุน มุมธุรกิจ น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร5 ทางเลือกธุรกิจโลจิสติกส์

น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร5 ทางเลือกธุรกิจโลจิสติกส์

589
0
SHARE
Car ride on road in sunny weather, motion blur

ศูนย์วิจัยกสิกร มองน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร5 ทางเลือกของธุรกิจโลจิสติกส์ เชื่อหากรัฐบาลส่งเสริมพร้อมสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม สามารถช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนและช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้แก่ การลดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม, การให้โรงกลั่นเริ่มปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันดีเซลจากยูโร 4เป็นยูโร 4พลัส ซึ่งจะลดค่ากำมะถันลงเหลือ 30 PPM และเร่งรณรงค์การใช้น้ำมันดีเซล B20ในรถกระบะ

ทั้งนี้ มาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมและมาตรการปรับปรุงโรงกลั่น ล้วนเป็นมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้น้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5ที่มีเป้าหมายลดการปลดปล่อยสารประกอบกำมะถันให้เหลือเพียงไม่เกิน 10 PPMจากมาตรฐานยูโร 4 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

โดยจะจูงใจให้ประชาชนปรับพฤติกรรมมาใช้น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมผ่านการอุดหนุนให้ราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม (น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5) แพงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปเพียงประมาณลิตรละ 3.50บาท (อุดหนุนลิตรละ 1.00 บาท) รวมถึงการเร่งรัดให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลให้เป็นมาตรฐานยูโร4พลัส โดยลดค่ากำมะถันให้เหลือ 30 PPMก่อนที่การปรับปรุงโรงกลั่นทั้งหมดจะแล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถผลิตน้ำมันดีเซลยูโร 5ได้อย่างสมบูรณ์ในประมาณปี 2566

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 อาจจะมิใช่คำตอบทั้งหมดของการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5หากเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดมลภาวะทางอากาศ ทั้งยังสอดรับกับการผลิตรถยนต์ตามมาตรการไอเสียยูโร5 ที่จะเริ่มวางจำหน่ายในท้องตลาดในประมาณปี 2564

ข้อดีของน้ำมันดีเซลยูโร5 และอุปสรรคช่วงเปลี่ยนผ่าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลงถึงร้อยละ5.0 – 7.0 เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 4สอดคล้องกับการทดสอบตามสภาพการใช้งานจริงบนท้องถนนของไทย ซึ่งพบว่าช่วยประหยัดน้ำมันได้ร้อยละ4.3 นอกจากนี้ การใช้น้ำมันดีเซลยูโร 5 จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ทำให้ประหยัดเวลา และเพิ่มจำนวนรอบการขนส่ง

อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกที่ใช้งานในปัจจุบัน ยังคงผลิตตามมาตรฐานที่ต่ำกว่ามาตรฐานไอเสียยูโร 5 หากผู้ประกอบการเจ้าของรถบรรทุกยูโร 4และต้องการเปลี่ยนมาเติมน้ำมันดีเซลยูโร 5 ควรจะต้องติดตั้งอุปกรณ์กรองไอเสีย (Diesel Particulate Filter: DPF) เพิ่มเติม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว ประมาณ 15,000 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมีรถบรรทุกตามมาตรฐานยูโร 3จะมีค่าใช้จ่ายยกเครื่อง (Overhaul)ประมาณคันละ 55,000บาท

ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการอาจเลือกที่จะไม่ปรับสภาพรถบรรทุกยูโร 3บางส่วนอาจใช้วิธีขายรถเพื่อซื้อรถมือสองหรือซื้อรถใหม่ทดแทนรถเก่า ขณะที่มีผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่งยังคงใช้งานรถเก่าต่อไป เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นในการยกเครื่องหรือออกรถใหม่ได้

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คำนวณหาช่วงอายุการใช้งานของรถที่มีความคุ้มค่าต่อการตัดสินใจปรับสภาพรถ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพรถรวมถึงค่าเสียเวลานำรถเข้าอู่ ได้ต่ำกว่าต้นทุนในกรณีฐาน พบว่าการปรับสภาพรถในปีที่ 6 ถือเป็นจุดเหมาะสม (Optimal) เนื่องจากมีต้นทุนต่ำที่สุด

มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5

ศูนย์วิจัยกสิกร มองว่าการเพิ่มแรงจูงใจ (Incentivize) นอกเหนือจากมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันที่ดำเนินการในปัจจุบัน จึงอาจเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการตัดสินใจปรับสภาพรถเพื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำมันยูโร 5

 หากภาครัฐต้องการให้ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของรถที่มีอายุการใช้งานต่ำกว่า5ปี สามารถตัดสินใจปรับสภาพรถเร็วมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจปรับสภาพรถของผู้ประกอบการที่ครองครองรถเก่าที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า8 ปี อาจจะต้องมีมาตรการอุดหนุนเพิ่มเติม

มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลยูโร 5 อาจเป็นทางเลือกของผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันอาจยังขาดแรงจูงใจที่มากพอ

ภาครัฐจึงอาจพิจารณาถึงทางเลือกเชิงนโยบายอื่น เช่น การชดเชยค่าติดตั้งอุปกรณ์กรองไอเสียสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่ครอบครองรถที่มีอายุการใช้งานประมาณ4 – 6 ปี หรือ การอุดหนุนเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมเพิ่มจากเดิม

แม้มาตรการเหล่านี้อาจจะทำให้ภาครัฐมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่จะมีส่วนช่วยบรรเทามลภาวะฝุ่นละอองที่ถือเป็นต้นทุนทางสังคมเพื่อจูงใจให้เจ้าของรถบรรทุกปรับสภาพรถและเปลี่ยนมาเติมน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานยูโร5 ต่อไป