Home กองทุน สวัสดีอนาคต..3สูตรเริ่มต้นบริหารพอร์ตลงทุน

สวัสดีอนาคต..3สูตรเริ่มต้นบริหารพอร์ตลงทุน

2567
0
SHARE
จัดพอร์ตลงทุน
สังคมยุคใหม่ที่เผชิญกับสารพัดความเสี่ยง ทำให้คนเริ่มสนใจในเรื่องการลงทุนมากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมาย

อาทิ เราเคยเชื่อกันว่างานที่มีความมั่นคงที่สุด คือ การรับราชการ รองลงมา คือ งานธนาคาร แต่ปัจจุบันเริ่มไม่ใช่อย่างที่เคยคาดคิดกันเสียแล้ว เนื่องจากค่าครองชีพเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย หรือ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้งานที่เราคิดว่ามีความมั่นคงสุดๆนั้น กลับล้มหายตายจาก และกระทบต่อการดำรงชีพ

ปัจจุบัน มีการกล่าวถึง “สังคมผู้สูงอายุ” กันมาก ก็ดูเหมือนยิ่งตื่นตัวกันมาก

ที่ผ่านมา มีการนำเสนอสูตรต่างๆในเรื่องของการลงทุนมากมาย จากบรรดานักวิเคราะห์ สถาบันการเงิน หรือแม้หน่วยงานรัฐ เพื่อให้คนที่สนใจหาความรู้ว่าจะรับมือความเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ได้อย่างไร

WealthMagik ซึ่งเป็นบริการภายใต้ บริษัท Wealth Management System Limited (WMSL). ที่เชี่ยวชาญการพัฒนาซอฟแวร์ทางการเงิน และ การบริหารความเสี่ยง ได้แนะนำการจัดพอร์ต หรือ สัดส่วนการลงทุน สำหรับกลุ่มคนตามระดับอายุ เพื่อให้คนที่สนใจศึกษาและทำความเข้าใจ

การแบ่งระดับการลงทุนตามช่วงอายุ มี 3 ระดับ ดังนี้

ระดับความเสี่ยงการลงทุนกับกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี

กลุ่มช่วงอายุต่ำกว่า 35 ปี เรียกช่วงนี้ว่าระยะสะสม ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดว่ายังวัยรุ่นหนุ่มสาว มีแรงในการทำงานเยอะ อาจจะเพิ่งจบใหม่ และเริ่มทำงาน ต้องสะสมประสบการณ์ รวมถึงอาจมีการสะสมหนี้สิน เช่น การกู้ผ่อนรถ ผ่อนคอนโด เพื่อสนองความสะดวกสบายในชีวิต

แต่ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะยังมีฝ่ายสนับสนุนอยู่ หมายถึงพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุน หากพลาดในช่วงนี้ ยังมีแรง และโอกาสกลับตัวได้เยอะ กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้สูงนั่นเองครับ

การจัดพอร์ต หรือ สัดส่วนการลงทุนของกลุ่มนี้จึงรับความเสี่ยงได้มาก

น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่จะเห็นว่าเสี่ยงได้เต็มที่ คือ 80% ของพอร์ต แต่ก็ยังมีเรื่องของการแบ่งสัดส่วนไปอยู่ในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ และกลาง

ระดับความเสี่ยงการลงทุนกับกลุ่มอายุ 35– 50 ปี

กลุ่มช่วงอายุ 35 – 50 ปี เรียกช่วงนี้ว่าระยะมั่นคง ถ้ามองโดยทั่วไป พออายุมาถึง 35 ปี หากเป็นพนักงานบริษัทก็จะมีประสบการณ์มากพอสมควร ระดับเงินเดือนที่ได้รับก็เรียกได้ว่าสูงแล้ว หากมีการผ่อนรถก็จะเป็นช่วงที่ภาระตรงนี้จะหมดไปแล้ว แต่อาจจะมีส่วนการผ่อนบ้านอยู่

แต่ด้วยการจัดการผ่อนมาในระยะหนึ่ง ควรจะจัดการรายรับรายจ่ายได้ดีระดับหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าในช่วงระยะมั่นคงนี้ จะมีรายรับมากกว่ารายจ่าย และมีเงินออมมาแล้วส่วนหนึ่ง

แต่ในระยะนี้ส่วนใหญ่ในการปรับเปลี่ยนย้ายงานอาจจะเริ่มทำได้ลำบากขึ้น เนื่องจากต้องเสี่ยงกับคลื่นลูกใหม่ที่ค่าจ้างก็ถูกกว่าด้วย เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จึงต้องรักษาความมั่งคงของเงินในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ระยะใช้จ่าย

หากมองในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของระยะมั่นคง จะตรงกับความเสี่ยงระดับปานกลาง ซึ่งพอร์ตหรือสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมดังนี้

จะเห็นว่าเมื่อเทียบกับระยะใช้จ่ายและระยะอุทิศ น้ำหนักของการลงทุนจะไปอยู่ในสินทรัพย์ความเสี่ยงปานกลาง และสูงมากกว่า

ระดับความเสี่ยงการลงทุนกับกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป

กลุ่ม 50-60 ปี เรียกช่วงนี้ว่า ระยะใช้จ่าย และกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป ที่เรียกว่า ระยะอุทิศ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้ต่ำลง

นั่นก็เพราะลักษณะภาพรวมที่มองว่า ในช่วงอายุมากกว่า 50 ปี จะเป็นวัยที่เกษียณ หรือใกล้เกษียณมากแล้ว รายได้จากการทำงานกำลังจะหมดไป แต่จะมีทรัพย์สินสะสม รวมถึงอาจจะมีรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่

แต่เป็นช่วงเวลาที่จะมีการใช้จ่าย ทั้งในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต เนื่องจากวัยที่สูงขึ้น ร่างกายก็ถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน อาจจะต้องใช้เงินในการรักษา หรือบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ทั้งยังมีการแบ่งปันถึงลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลต่าง ๆ ที่ลูกหลานมากราบไหว้ หรือเรื่องของมรดกที่เริ่มมีการตระเตรียมไว้นั่นเอง

การจัดพอร์ต หรือสัดส่วนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงต่ำ มีดังนี้

การจัดพอร์ต หรือ สัดส่วนการลงทุน ข้างต้น เป็นหลักการพื้นฐานเท่านั้น แต่ละคนสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของตนเอง ขึ้นกับฐานะ ความจำเป็น และที่สำคัญคือความรู้เรื่องการลงทุนของแต่ละคน

ใครชอบแบบไหน และคิดว่าตนเองเหมาะกับแบบไหน ศึกษาจากหลักการเบื้องต้นได้เลย แต่การลงทุนจริงๆนั้นขึ้นกับศักยภาพของแต่ละคน เพราะทุกอย่างไม่มีสูตรตายตัว