Home คอลัมนิสต์ ขวัญชนก วุฒิกุล บัตรกดเงินสด ใช้ผิด ชีวิตเปลี่ยน

บัตรกดเงินสด ใช้ผิด ชีวิตเปลี่ยน

764
0
SHARE

“ความไม่เป็นหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ”แต่โลกของความเป็นจริง น้อยคนนักที่จะไม่เป็นหนี้ค่ะ แค่จะเป็น “หนี้ดี”หรือ “หนี้เสีย”เท่านั้น ก็เหมือนกับ “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ”นั่นแหละ ที่เอาจริงๆ คงไม่มีใครไม่เคยเจ็บไม่เคยป่วย แตกต่างแค่ว่าจะป่วยเล็กๆ แค่เป็นหวัดน้ำมูกไหล หรือจะป่วยเป็นโรคร้ายเกินเยียวยา

“หนี้ดี”ก็เหมือนอาการป่วยเล็กๆ ค่ะ เพราะเป็นหนี้ที่ก่อประโยชน์ จะหนี้ซื้อบ้าน หนี้ซื้อรถ หรือหนี้กู้ยืมเรียน ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งนั้น แต่ต้องเป็นหนี้ที่พอดีแก่กำลัง จะซื้อบ้านหรือซื้อรถก็ต้องพอเหมาะพอสมกับฐานะและความสามารถในการชำระหนี้ เคยบอกไปแล้วว่า รวมๆ กันก็ไม่ควรเกินกว่า 1 ใน 3 ของรายได้

ถ้ามีรายได้เดือนละ 10,000 บาท ก็ต้องก่อหนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ถ้ามีรายได้เดือนละ 30,000บาท ก็ไม่ควรก่อหนี้เกินเดือนละ 10,000 บาท อยากก่อหนี้มากกว่านี้ก็ได้ แต่ก็ต้องไปประหยัดกินประหยัดใช้อย่างอื่นแทน

ส่วน “หนี้เสีย” ก็คงเข้าข่ายป่วยร้ายแรงแต่จะมากแค่ไหน ก็ต้องดูว่าเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์มากแค่ไหน เช่น กู้ยืมมาสนองความอยากของตัวเอง กู้มาซื้อของฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น จะกระเป๋า นาฬิกา สมาร์ทโฟน ถ้ามีราคาเกินกำลังของเรา จนถึงขนาดต้องกู้ยืมสินมาซื้อของพวกนี้ ก็ถือเป็น “หนี้เสีย” ทั้งนั้นค่ะ 

แต่โลกไม่ได้มีแค่สีขาว-สีดำ หรือหนี้ดี-หนี้เสียเท่านั้น มันมีสีเทาๆ ระหว่างหนี้ดีกับหนี้เสียด้วย ลองดู 2ตัวอย่างนี้นะคะ

คุณเอ” ต้องการสร้างอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้สามี เธอก็เลยตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้เขา แต่ปัญหาคือ เธอไม่มีเงินดาวน์ เธอก็เลยใช้วิธีกดเงินจากบัตรเงินสดเอาไปดาวน์รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เธอเป็นหนี้2 ทาง ทั้งหนี้บัตรเงินสดและหนี้เช่าซื้อรถ ภาระที่หนักอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้นไปอีกเมื่อสามีของเธอเอาแต่เมาเหล้า ติดผู้หญิงไม่เป็นอันทำงาน สุดท้ายก็หายตัวไปพร้อมรถมอเตอร์ไซค์ ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้ให้เธอ

“คุณบี” อยากลงทุนซื้อเครื่องจักรสำหรับปักผ้า เพราะที่ผ่านมาเคยรับงานประเภทนี้มาแล้ว เธอแน่ใจว่า มีลูกค้าประจำ มีรายได้แน่นอน เธอตัดสินใจกดบัตรเงินสด เพื่อนำมาซื้อเครื่องจักร ปรากฏว่าตั้งแต่ซื้อมา งานที่เธอคิดว่าจะได้ กลับไม่ได้ รายได้ไม่เข้า ขณะที่รายจ่ายจากดอกเบี้ยผิดนัดชำระก็เบ่งบาน

ทั้งคุณเอและคุณบี ล้วนก่อหนี้ที่เป็น “หนี้ดี”ค่ะ เธอต้องการสร้างอาชีพ ต้องการหารายได้ เป็นหนี้ที่ก่อประโยชน์ ทั้งสองคนไม่ได้ก่อหนี้ฟุ่มเฟือยเพื่อสนองความต้องการที่ไม่จำเป็น แต่ปัญหาคือ เธอก่อหนี้ผิดประเภท เพราะวัตถุประสงค์ของ “บัตรเงินสด” นั้น มีไว้เพื่อเป็นวงเงินฉุกเฉิน เอาไว้ใช้ในภาวะที่จำเป็นและลูกหนี้อยู่ในภาวะ “ช็อต”แบบต้องใช้เงินเร่งด่วน แต่มองไปทางไหนก็ตีบตันไปหมด

นอกจากจะช็อตเงินในระยะสั้นๆ แล้ว คนที่กู้เงินจากบัตรเงินสดต้องแน่ใจว่า จะสามารถจ่ายคืนได้เร็วด้วย เพราะอัตราดอกเบี้ยของบัตรเงินสดนั้นสูงถึง 20-27% ต่อปีขึ้นอยู่กับวงเงินที่อนุมัติ

การกู้เงินด้วยวิธีนี้ จึงไม่เหมาะกับการกู้มาเพื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ หรือกู้มาลงทุนทำธุรกิจอย่างแน่นอน

กรณีของ “คุณเอ” แนะนำเธอไปแล้วว่า ปัจจุบันการซื้อรถมอเตอร์ไซค์มีแบบ “ฟรีดาวน์” เยอะมาก อาจจะลองหาผู้ขายที่ให้เงื่อนไขดีๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก็ออกรถได้ ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยเช่าซื้ออาจจะสูงกว่า มีภาระจ่ายดอกเบี้ยมากกว่า แต่ก็ยังดีกว่าเป็นหนี้สองทาง หรือถ้าไม่มีแบบ “ฟรีดาวน์” จริงๆ ก็ต้องรอเก็บออมเงินของตัวเองให้ได้สักก้อนหนึ่ง รอให้พร้อมจริงๆ ก่อนค่อยซื้อ เพื่อสร้างภาระให้กับตัวเองน้อยที่สุด

ส่วนกรณีของ “คุณบี” การกู้เงินมาซื้อเครื่องจักรนั้น หนทางที่ดีที่สุดคือ กู้สินเชื่อเอสเอ็มอีจากสถาบันการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากติดขัดเรื่องของหลักประกัน ก็สามารถใช้บริการของบรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) ให้ช่วยค้ำประกันให้ได้ ถึงในบางกรณีจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมบ้าง แต่ก็ดีกว่าการกู้โดยใช้บัตรกดเงินสดไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

เรื่องที่น่าเสียดายเรื่องแรกสำหรับทั้งสองคน ก็คือ การลงทุนของทั้งคุณเอและคุณบีกลายเป็นเรื่องสูญเปล่า เพราะไม่สามารถสร้างรายได้ให้ได้ตามที่ตั้งใจไว้ หนำซ้ำยังมีเรื่องน่าเสียดายเรื่องที่สอง คือ ต้องแบกรับภาระหนี้ดอกเบี้ยสูงจากการใช้บริการทางการเงิน “ผิดประเภท”

การเลือกประเภทเงินกู้ ก็เหมือนเลือกเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องเหมาะสมกับประเภทของงาน เพราะถ้าเลือกผิด แทนที่จะได้ประโยชน์กลับให้โทษซะอย่างนั้น

ดังนั้น ต้องย้ำอีกครั้งว่า สำหรับคนที่จะใช้บัตรเงินสดกดเงินมาใช้ หรือแม้แต่การกดเงินสดจากบัตรเครดิตก็ตาม ให้นึกไว้เสมอว่า มันเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินก้อนนี้จริงหรือไม่ มันคอขาดบาดตายรอไม่ได้จริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ถึงขนาดนั้น ก็หาทางวางแผนเก็บเงินซักก้อนหนึ่งไว้ดีกว่ากันเยอะค่ะ ปล่อยให้การกู้หนี้จากบัตรเงินสดหรือกดเงินจากบัตรเครดิตเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ

แต่ถ้าคิดแบบไม่เข้าใจตัวเองแล้ว มัน “จำเป็นต้องใช้จริงๆ” คุณก็ต้องใช้ประโยชน์สูงสุดจากเงินร้อนก้อนนี้ นั่นคือ ต้องรีบชำระคืนให้เร็วที่สุด ชำระให้ตรงเวลาที่สุดและให้สม่ำเสมอที่สุด

ขอให้โชคดีค่ะ