Home ลงทุน มุมธุรกิจ 4 วิธีปั้นแบรนด์ให้ปัง เกาะวิถีคนยุค 4.0

4 วิธีปั้นแบรนด์ให้ปัง เกาะวิถีคนยุค 4.0

915
0
SHARE
SME 4.0

เทคโนโลยีในปัจจุบันได้ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตและมีอิทธิพลทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความแตกต่างความเอกลักษณ์ต้องการสินค้าและบริการที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ

ผู้ประกอบการจึงต้องตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ สอดแทรกการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเพื่อกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการซ้ำอีกครั้ง โดยต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในยุค 4.0 ดังนี้

เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค 4.0

ผู้บริโภคยุค 4.0 มักจะอยู่บ้านเป็นความบันเทิงทางออนไลน์และเลือกเสพสื่อหลายช่องทางโดยสามารถรับซื้อได้ตรงกับความต้องการจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 

ผลจากการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคจะพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% ชอบอยู่บ้านมากกว่าออกนอกบ้านโดยกิจกรรมหลักกว่า 75% คือการใช้เวลาว่างไปกับการรับชมทีวีซีรีส์ฟังเพลงขณะที่ 74% เล่นอินเตอร์เน็ต/โซเชียลมีเดีย

กิจกรรมยามว่างที่คนในยุค 4.0 นิยมทำมากที่สุด คือ การรับประทานอาหารนอกบ้านและชอปปิง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้มีรายได้สูงเนื่องจากการต้องการความผ่อนคลายจากการทำงานหนักมีเวลาน้อย และต้องการความสะดวกสบาย

ธุรกิจยุคใหม่ จึงต้องสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ หลายช่องทาง และมีการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เจาะจงเฉพาะบุคคลมากขึ้น และจำเป็นต้องเน้นการสร้างความผูกพันกับลูกค้า เพื่อให้เกิดประสบการณ์มากกว่าแค่การซื้อสินค้า

สร้างความผูกพันกับลูกค้า

การสร้างแบรนด์ให้โดนใจผู้บริโภคยุค 4.0 นักการตลาดจำเป็นต้องปรับวิธีคิดในการทำการตลาดใหม่ เพราะการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้บริโภคในยุคใหม่ไม่ค่อยยึดติดกับแบรนด์เหมือนในอดีต และพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้สิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา 

ดังนั้น ควรต้องเน้นการสร้างความผูกพันกับลูกค้าโดยเน้นการตอบโจทย์การบริการ ไม่ใช่เน้นแค่การบริการลูกค้าที่คอยอำนวยความสะดวกรับฟังความคิดเห็นอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาด้านการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง 

การสร้างความผูกพันผ่านการสร้างประสบการณ์เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าจดจำและอยากกลับมาใช้ซ้ำ โดยสามารถทำได้อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะการมองประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้กับแบรนด์ได้

เช่น Stabuck ที่ริเริ่มสาขารูปแบบใหม่เป็นการผสมผสานระหว่างร้านกาแฟและโรงครัวกาแฟ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสขั้นตอนการทำกาแฟอย่างใกล้ชิด และยังเป็นพื้นที่คุยกับบาริสตา ซึ่งนับเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าและยังสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์และกลุ่มคนรักกาแฟ

เชื่อมโยงแบรนด์กับวิถีชีวิตและสังคม

นักการตลาดจำเป็นต้องปรับวิธีคิดในการสร้างแบรนด์โดยเริ่มตั้งแต่เนื้อหาโฆษณาที่ควรสร้างภาพจดจำมากกว่าเน้นขายสินค้าและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

โดยหลายแบรนด์ในต่างประเทศได้หันมาผลิตสื่อโฆษณาที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังควร นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผสมผสานกับการทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าได้รู้สึกว่าเป็นคนสำคัญเช่นใช้ GPS ตรวจจับตำแหน่งของลูกค้าจากสมาร์ทโฟนทำให้สามารถนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งตรงถึงลูกค้าแต่ละคนได้

รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคที่ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีปัญหา

สร้างความประทับใจ นำไปสู่การอยากเป็นส่วนหนึ่งของลูกค้า

การสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าต้องเริ่มตั้งแต่การเริ่มรู้จักแบรนด์ผ่านการสร้างเรื่องราวจุดยืนและแนวคิดดังเช่นบริษัทขายรองเท้า TOMS Shoe ซึ่งมาจากความต้องการช่วยเหลือเด็กยากจนในอาร์เจนติน่าด้วยแนวคิด “one for one”

โดยทางร้านจะบริจาครองเท้าให้กับเด็กยากไร้เป็นจำนวนเท่ากับรองเท้าที่ขายได้โดยแนวคิดดังกล่าวทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตของสินค้าจากรองเท้าเป็นแว่นตาการรักษาดวงตา ไปจนถึงเมล็ดกาแฟ ซึ่งทางร้านจะมอบน้ำสะอาดให้แก่ผู้ขาดแคลนในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ต่อมาได้กาแฟหนึ่งถุงที่ถูกซื้อไป

ข้อมูลจาก คู่มือองค์ความรู้สำหรับผู้ประกอบการ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจการเกษตรแปรรูป “SMART SME ต้องมีความรู้”