Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก นักลงทุนเริ่มตั้งหลัก ประเมินผลสงครามการค้า

นักลงทุนเริ่มตั้งหลัก ประเมินผลสงครามการค้า

539
0
SHARE
สงครามการค้า

นักลงทุนเริ่มทบทวนผลกระทบของสงครามการค้า ที่จะส่งผลต่อรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าสหรัฐและจีนระลอก 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่ครึ่งแรกของปี 2018 นั้น มีเพียงผลตอบแทนราคาหุ้นสหรัฐที่เป็นทิศทางบวกโดยเพิ่มขึ้น 5% ท่ามกลางตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนลดลง 2% ส่วนผลตอบแทนราคาหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือ Emergong Eqity Market ลดลงถึง 5% 

ในขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลงนั้น ในทางตรงกันข้ามราคาสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์ หรือ Commodoty Markets กลับให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 5% สวนทางราคาทองที่ลดลง 5% และผลตอบแทนในตลาดบอนด์ที่ลดลงราว 4% จากแรงเทขายของนักลงทุน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเปิดฉากสงครามการค้าระลอก 2 สั่งให้ ผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ดำเนินมาตรการตามกฎหมายการค้าของสหรัฐมาตรา 301 ในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่อัตรา 10% เป็นมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่กลุ่มสินค้าตามยุทธศาสตร์ Made In China 2025 เป็นที่รู้กันว่าเป็นกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับไฮเทคของจีน 

โดยเเป็นที่คาดการณ์ว่า สงครามการค้าระลอกใหม่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคมปีนี้ หลังจากที่ทาง USTR ดำเนินการให้มี Public Hearing ก่อนที่จะเก็บภาษีที่มีผลบังคับใช้ต่อสินค้าดังกล่าว 

สำหรับคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งนี้ยังขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเป็นมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ ได้อ้างถึงการที่สหรัฐขาดดุลการค้าจำนวนมาก เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าจากจีนในปี 2017 เป็นมูลค่า 505,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมีเพียง 130,000 ล้านดอลลาร์ 

สงครามการค้าได้ระเบิดศึกไปแล้วในระลอกแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่มีการตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% เป็นมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะดำเนินการอีก 16,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2 สัปดาห์นี้

บรรยากาศของสงครามการค้าระลอกใหม่ยังคงกดดันภาพการลงทุนทั่วโลกให้หวั่นไหว โดยหลังจากที่ตลาดเอเชียซื้อขายเมื่อวันอังคาร Dowjones Futures ดิ่งลงกว่า 300 จุด และยังคงดิ่งลงต่อเนื่องในเช้าวันพุธดิ่งลงอีก 204 จุด หรือ 0.82% ส่วน S&P Futures ร่วงลง 0.72% และ Nasdaq Futures ดิ่งลง 0.92%

รวมทั้ง FTSE China A50 Index Futures ร่วงลง 2% ในตลาดหุ้นสิงคโปร์  ดัชนีราคาหุ้น Nikkei 225 ในญี่ป่นที่ดิ่งลง 1.5% ช่วงเช้าวันพุธ

ความกังวลของนักลงทุนยังคงส่งผลต่อการเทขายหุ้นใน China ETF ร่วงลง 0.5%.และกดดันเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 111.00 เยนต่อดอลลาร์