Home เงินทอง เงินกู้ แก้หนี้ผ่านพิโกไฟแนนซ์ได้น้อย 2ปีปล่อยกู้ได้แค่952ล้าน

แก้หนี้ผ่านพิโกไฟแนนซ์ได้น้อย 2ปีปล่อยกู้ได้แค่952ล้าน

295
0
SHARE
หนี้นอกระบบ

สินเชื่อรายย่อยนอกระบบ สนใจกู้ผ่านพิโกไฟแนนซ์ไม่มากนัก หลังเปิดอนุญาตให้ผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตเกือบ 2 ปี มีผู้ประกอบการปล่อยกู้แล้ว 309 รายใน 62 จังหวัด จากที่ยื่นขออนุญาต 651 ราย แต่เม็ดเงินปล่อยกู้เพียง 952 ล้านบาท จากยอดหนี้นอกระบบจากการสำรวจนับแสนล้านบาท

พิโกไฟแนนซ์ เป็นหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล เพื่อให้กลุ่มธุรกิจที่ปล่อยกู้นอกระบบเข้ามาอยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลัง และสามารถควบคุมดอกเบี้ยได้

ก่อนออกมาตรการแก้หนี้นอกระบบ ได้มีการสำรวจว่ามีลูกหนี้นอกระบบอยู่ราว 1.2 ล้านคน มูลหนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่กระทรวงการคลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นต้นมา จนถึง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 651 ราย ใน 69 จังหวัด

จังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 60 ราย กรุงเทพมหานคร 53 ราย และร้อยเอ็ด 37 ราย

ทั้งนี้ มีจำนวนที่คืนคำขออนุญาตทั้งสิ้น 93 ราย ใน 45 จังหวัด จึงมีนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 558 ราย ใน 68 จังหวัด และมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 394 ราย ใน 64 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ ได้เปิดดำเนินการแล้ว 329 ราย ใน 63 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 309 ราย ใน 62 จังหวัด

ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี (Effective Rate)

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2561 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสม 35,731 บัญชี รวมเป็นเงิน 952.19 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย  26,648.82 บาทต่อบัญชี

ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 19,067 บัญชี เป็นเงิน 572.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 60.10 ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 16,664 บัญชี เป็นเงิน 379.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 39.90 ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ

ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างรวมมีทั้งสิ้น  16,110 บัญชี คิดเป็นเงิน 418.05 ล้านบาท

สำหรับสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน มีจำนวน 1,124 บัญชี คิดเป็นเงิน 37.69 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.02 ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (NPL) จำนวน  329 บัญชี คิดเป็นเงิน 10.78 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.58 ของสินเชื่อคงค้างรวม

สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้อนุมัติสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนหนี้นอกระบบ รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.85 ต่อเดือน โดยได้เร่งกระจายความช่วยเหลือด้านสินเชื่อดังกล่าวแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 358,478 ราย เป็นเงิน 16,064.19 ล้านบาท จำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 333,905 ราย เป็นเงิน 14,981.98 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่มีหนี้นอกระบบ จำนวน 24,573 ราย เป็นเงิน 1,082.21 ล้านบาท