Home เงินทอง เงินออม “สรรพากร-แบงก์”ย้ำอีกรอบ ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่า2หมื่น ไม่ต้องเสียภาษี

“สรรพากร-แบงก์”ย้ำอีกรอบ ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่า2หมื่น ไม่ต้องเสียภาษี

988
0
SHARE

กรมสรรพากรและสมาคมธนาคารไทยร่วมแถลงข่าวเรื่องภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ยืนยันให้สิทธิยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากไม่เกิน 20,000 บาทตามเดิม หากไม่ต้องการรับสิทธิสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง

จากกรณีที่กรมสรรพากรได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับดอกเบี้ยเงินฝากที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ประเภทออมทรัพย์และผลตอบแทนเงินฝากตามหลักการของศาสนาอิสลามที่ต้องจ่ายเมื่อทวงถามตามหลักการ วะดีอะฮ์

กรมสรรพากรได้หารือร่วมกันกับธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร  และสมาคมธนาคารนานาชาติ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 เพื่อกําหนดแนวทางการส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออก กรมสรรพากร โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปที่จะเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ผู้ฝากเงินมากที่สุด

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ชี้แจงการดําเนินการว่าที่ประชุม เห็นพ้องกันในการแก้ไขประกาศข้างต้น เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้ฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ส่วนใหญ่ทั่วประเทศให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี โดยธนาคารจะนําส่งข้อมูลดอกเบี้ยแก่กรมสรรพากร

แต่หากผู้ฝากเงินไม่ประสงค์จะได้รับยกเว้นภาษีต้องแจ้งแก่ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยไม่ให้นําส่งข้อมูล ซึ่งธนาคารจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจาก ดอกเบี้ยดังกล่าวไว้ในอัตรา 15%

ทั้งนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างปรับปรุงประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับทางสมาคมต่าง ๆ ทำให้ผู้ฝากเงินทั่วประเทศไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เนื่องจากหากได้รับดอกเบี้ยเงินฝากไม่เกิน 20,000 บาท ก็ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ  เว้นแต่จะไม่ต้องการรับสิทธิ โดยทางสมาคมธนาคารไทยจะมีแบบฟอร์มออกมาสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขอรับสิทธิต่อไป

นอกจากนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่าอีกว่า ช่วงที่ผ่านหลายคนเริ่มหันมาไม่จ่ายเงินสดกัน หลังจากที่มี พ.ร.บ.อีเพย์เม้นต์ออกมา เพราะกลัวว่าทางธนาคารจะส่งข้อมูลให้สรรพากร สรรพากรไม่ได้เอาข้อมูลเพื่อเก็บภาษีเท่านั้น สรรพากรมีข้อมูลอีกมากมายที่ช่วยท่าน หากใช้เงินสดจะเป็นกลุ่มเสี่ยงของกรมสรรพากรด้วยซ้ำ

“คือบางทีเรากลัวเกินไป แล้วไม่เป็นประโยชน์ การที่รวบรวมข้อมูลดอกเบี้ยตรงนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง ยังไม่เห็นมีใครเสียประโยชน์เลย ยกเว้นคิดกันไปเอง ทำเพื่อความเป็นธรรม ไม่ได้ทำเพื่อเม็ดเงิน” นายเอกนิติ กล่าว

นางสาวพัดชา พงศ์กีรติยุต ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมสรรพากร อธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่แจ้งทางธนาคารเพื่อไม่ขอรับสิทธิ โดยหวังไม่ให้ธนาคารส่งข้อมูลให้กับทางกรมสรรพากร แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลของลูกค้าจะมาในรูปแบบของ ภ.ง.ด.2 เพื่อนำไปคิดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเช่นเดิม

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การกําหนดให้ธนาคาร ผู้จ่ายดอกเบี้ยนําส่งข้อมูลดอกเบี้ยทุกบัญชีต่อกรมสรรพากร จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าบัญชีเงินฝากส่วนใหญ่ของประเทศ อย่างไรก็ตาม สําหรับลูกค้าที่ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าว และไม่ต้องการให้ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยนําส่ง ข้อมูลดอกเบี้ยให้กรมสรรพากร ต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อแจ้งความประสงค์ที่ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ย ที่ลูกค้ามีบัญชีให้ครบทุกธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป

โดยการแจ้งครั้งเดียวจะมีผลตลอดไป จนกว่าลูกค้าจะมาแจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นอื่น ทั้งนี้ ลูกค้าที่มาแจ้งภายในวันที่ 14พฤษภาคม 2562 จะมีผลตั้งแต่รอบภาษีดอกเบี้ยจ่ายครึ่งปีแรกในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
 
“ตั้งใจทำเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพเพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ในการหักภาษีเพราะมีบัญชีหลายธนาคาร ซึ่งตอนนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นเหมือนเดิม ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมความพร้อมที่จะให้บริการสำหรับลูกค้าที่จะไม่ขอใช้สิทธิ ซึ่งธนาคารพาณิชย์พยายามหาแบบฟอร์มในการไม่ขอรับสิทธิแบบเดียวกัน” นายปรีดี กล่าว