Home คอลัมนิสต์ วีระ ธีรภัทร ภาษีทรัพย์สินมีแล้วมาแล้วแล้วยังไง?

ภาษีทรัพย์สินมีแล้วมาแล้วแล้วยังไง?

1182
0
SHARE
วีระ ธีรภัทร

ผมขออภัยที่ต้องลัดคิวมาคุยเรื่อง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคั่นรายการสักนิด แทนที่จะคุย เรื่องหยั่งรู้อนาคตเพื่อจัดการกับปัจจุบัน เป็นตอนที่ 3 ต่อเนื่องจากที่ค้างเอาไว้

อันนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้มากความนะครับ

เมื่อจบเรื่องนี้แบบสั้นย่อพอสังเขปได้ใจความพอเข้าใจ ผมก็จะย้อนกลับมาคุยเรื่องที่ค้างเอาไว้ให้จบสิ้นกระบวนความ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ

แถมดีไม่ดีเมื่อได้แนะนำหนังสือของยูวัล โนอาห์ ฮารารีเล่มที่ผมจะคุยให้ฟังเป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว น่าจะมีหลายคนรอไม่ไหวซื้อหามาอ่านเองแล้วด้วยซ้ำไป

บอกตามตรงว่า ผมก็ไม่นึกว่า คสช.และ สนช. (คงไม่ต้องแปลคำย่อนะครับ) จะตัดสินใจเลี้ยวรถกลับแบบยูเทิร์นไม่เปิดไฟเตือนกับ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2561 ฉบับเจ้าปัญหานี้ด้วยซ้ำไป เพราะก่อนหน้านี้วี่แววที่รับทราบกันและการส่งสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้า ก็มีแนวโน้มไปในทางที่จะไม่พิจารณากฎหมายสำคัญฉบับนี้ให้แล้วเสร็จ ในสมัยวาระที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในยุคสมัย คสช.

แต่เมื่อเปลี่ยนใจกลับหลังหันแบบไม่ทันให้ตั้งตัวกันแบบนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาครับ?

ผมทราบดีว่ามีการดึงเรื่องไม่บรรจุเข้าพิจารณาในวาระที่สองและสามของสภานิติบัญญัติแห่งชาติมานานแล้ว เพราะตัวร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิวิสามัญฯพิจารณากฎหมายฉบับนี้เสร็จนานแล้วครับ แต่รออะไรก็คงทราบกันนะครับ

แต่อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่าในชั้นคณะกรรมาธิการฯนั้นมีการแก้ไขตัดทอนต่อรองหั่นซอยจนหมดฤทธิ์หมดเดชอย่างที่คนจะต้องเสียภาษีตัวนี้กลัวกันไปเองในตอนแรกจนเกือบจะหมดสิ้นแล้ว

ยำกันถึงขนาดนี้แล้วคงคิดว่าป่วยการจะดึงดันต่อไปมั้ง?

การบรรจุเป็นวาระและพิจารณากันแบบไม่พิธีรีตองใช้เวลาสองวันลงมติกันเสร็จสรรพในวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทุกอย่างก็เรียบร้อยเหลือเพียงแค่นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามธรรมเนียมปฏิบัติทางด้านการออกกฏหมายของบ้านเรา

ถึงจะช้าเร็วยังไง ผมคิดว่าภายในปี 2561 พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกร้างฉบับนี้คงจะมีผลบังคับใช้ แม้จะมีการเลื่อนการเก็บภาษีไปเก็บในปี 2563 และมีบทเฉพาะกาลที่ผ่อนปรนการเสียภาษีในช่วงสองปีแรกมากมายก็ตามที

แต่เราก็พอจะพูดได้เต็มปากว่า บัดนี้บ้านเรามีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน(Property Tax)แล้ว

บางคนอาจจะโต้แย้งว่าเดิมเราก็มีการเก็บภาษีทรัพย์สินอยู่แล้ว ภาษีโรงเรือนและที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่ไง ก็จริงครับเพียงแต่ว่าภาษีโรงเรือนฯนั้นเก็บบนฐานค่าเช่าของโรงเรือน ไม่ใช่ราคาทุนประเมินของทรัพย์สินที่ให้เช่า ส่วนภาษีบำรุงท้องที่ นี่บอกตามตรงว่าเป็นเรื่องที่มั่วซั่วพิสดารพันลึกสุดๆเลยครับ แถมยังเป็นช่องทางให้คนไปบุกป่าอีกต่างหาก โดยอาศัยหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เป็นเสมือนเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึงมาพร้อมกับการยกเลิกภาษีโรงเรือนฯและภาษีบำรุงท้องที่ เปลี่ยนแนวคิดและวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างจากเดิมชนิดที่เรียกว่าขุดรากถอนโคนกันเลย

เรื่องเป็นยังไงผมจะค่อยๆอธิบายไปตามลำดับก็แล้วกัน

แต่สิ่งที่อยากจะบอกก่อนเสียตรงนี้ก็คือ นี่เป็นเรื่องใหม่เอี่ยมล่าสุดในการจัดเก็บภาษีโดยเฉพาะฐานภาษีเลยครับ เพราะถ้าหากเรามองว่าการเก็บภาษีที่ผ่านมาฐานในการคำนวณมาจากรายได้ (ภาษีเงินได้) รายจ่ายกินใช้ (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) การค้าต่างประเทศ (อากรขาเข้า-ส่งออก) สิ่งเสพย์ติดของฟุ่มเฟือย (ภาษีสรรพสามิต) อาจจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นเงินก้อนใหญ่อย่างค่าธรรมเนียมทำนิติกรรมที่ดิน (แต่ก็เก็บตอนทำรายการซื้อขายเปลี่ยนมือเท่านั้นไม่ใช่เก็บทุกปี) หรือค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตใช้รถยนต์ของกรมขนส่งทางบก สำหรับอันนี้เก็บทุกปีได้เป็นกอบเป็นกำด้วย

ต้องบอกว่านับแต่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ก็เพิ่งจะมีคราวนี้แหละที่มีการเพิ่ม “ฐานภาษี”เพื่อการจัดเก็บภาษีกันขึ้นมาใหม่

ถ้าหากถามผมว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรูปร่างหน้าตาคล้ายอะไรมากที่สุด ผมว่าคล้ายกับค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตใช้รถยนต์ที่มีคู่มือจดทะเบียนเป็นหลักฐานเวลาซื้อขายโอนเล่มกันนั่นแหละ เหมือนกันตรงที่ว่า เป็นการเก็บแบบทุกปีและใช้ฐานคิดว่าคุณครอบครองทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์จากสิ่งที่รัฐลงทุนไป คุณก็ควรจะต้องเสียภาษีในการใช้ทรัพย์สินนั้น

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็เช่นกัน เพียงแต่ฐานที่จะมาคำนวณมูลค่าภาษี อัตราภาษีและจำนวนเงินที่จ่ายภาษีอาจจะมีความสลับซับซ้อนมากกว่าเรื่องการต่อทะเบียนรถยนต์

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

เอาเข้าจริงๆ เรื่องการคำนวณว่าใครต้องเสีย? เสียเท่าไร ? ก็เหมือนกับภาษีโรงเรือนฯและภาษีบำรุงท้องที่ที่เสียกันในปัจจุบัน เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นไงมายังไงถึงกลายเป็นจำนวนเงินที่จะต้องไปเสียภาษี ไปถามไปขอคำอธิบายหนักเข้าก็อาจจะซวยโดยไม่จำเป็นอีกต่างหาก

สิ่งที่กังขากันมากก็คงจะเป็นคำว่า“ราคาประเมินทุนทรัพย์” ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุด ฯลฯ แต่งานนี้อาจจะมีความชัดเจนมากกว่าการประเมินด้วยตัวเองของเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บภาษีโรงเรือนฯและภาษีบำรุงท้องที่เช่นในอดีต

เพราะเรื่องนี้จะมีที่มาที่ไปชัดเจน มีกระบวนการโต้แย้งคัดค้านได้ด้วยและมีข้อสรุปที่ทำได้จริงในภาคปฏิบัติ ไม่ใช่อะไรก็เป็นเรื่องดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เพราะนั่นทำให้เกิด“อำนาจไถ” โดยปริยาย

เรื่องที่ควรรู้ก่อนที่ผมจะคุยอะไรให้ฟังต่อไปก็คือ ในช่วงที่ผ่านมามูลค่าการจัดเก็บภาษีโรงเรือนฯน่าจะจัดเก็บได้ราวๆ 26,000 ล้านบาท ส่วนภาษีบำรุงท้องที่เก็บได้ประมาณ900 ล้านบาท พูดง่ายๆ ก็คือ ภาษีโรงเรือนฯและภาษีบำรุงท้องที่ที่จะยกเลิกไปนั้นจัดเก็บเป็นเงินเข้ารัฐประมาณ35,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมาแทนนั้น เท่าที่ฟังคนทางกระทรวงการคลังพูดมาหลายครั้งหลายหน มักจะบอกว่าในช่วงแรกไม่น่าจะเก็บภาษีใหม่ได้เพิ่มจากเดิมมากนัก แต่ก็คงจะทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อบต.เทศบาล กทม.และเมืองพัทยา) ได้เงินเพิ่มขึ้นประมาณ10,000 ล้านบาทต่อปี

ตีความง่ายๆ ก็คือ เมื่อจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 องค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งจะเป็นคนจัดเก็บและเป็นรายได้ของแต่ละอบต. แต่ละเทศบาล กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาโดยตรงเลยนั้นจะมีเงินภาษีเพิ่มขึ้นรวมกันทั้งประเทศหนึ่งหมื่นล้านบาท แต่ที่ไหนจะได้เพิ่ม ที่ไหนจะลดลงยังไง ผมไม่มีข้อมูลครับ

เอาล่ะครับเมื่อปูพื้นทำความเข้าใจมาถึงตรงนี้ ผมก็จะขยับต่อด้วยการอธิบายที่มาที่ไปและสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้จนถึงปีที่จะต้องภาษีตัวนี้ไปตามลำดับ

แต่เราจะเริ่มกันจริงๆในตอนหน้าครับ

(หมายเหตุ-ผมตั้งชื่อข้อเขียนชุดนี้ว่าภาษีทรัพย์สินมีแล้วมาแล้วแล้วยังไง? )

************************************* 

เกี่ยวกับผู้เขียน

‘วีระ ธีรภัทร’ นักจัดรายการวิทยุฝีปากกล้า ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่า ‘King of Air Wave’  ด้วยสไตล์การจัดรายการที่โดดเด่น ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นอกจากจะมีประสบการณ์ในการจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์มาอย่างยาวนานแล้ว ‘วีระ’ ยังผลิตงานเขียนออกมามากมายตลอดระยะเวลา 40 ปีในแวดวงสื่อสารมวลชน เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ เขายังคงทำงานต่อเนื่อง และงานเขียน “งานก็ได้ผล เงินก็ได้ผลาญ” ใน Money2Knowก็ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ “วีระ” กลั่นกรองประสบการณ์ที่ยาวนานในการทำงานมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้ติดตามในมุมมองที่หลากหลาย