Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย รถยนต์ไฟฟ้า5เดือนแรกพุ่ง59% คนสนใจ’ปลั๊กอินไฮบริด’มากสุด

รถยนต์ไฟฟ้า5เดือนแรกพุ่ง59% คนสนใจ’ปลั๊กอินไฮบริด’มากสุด

690
0
SHARE
รถยนต์ไฟฟ้า

ผลสำรวจชี้คนไทยสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เผย 5 เดือนแรก จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 59% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ได้รับความสนใจสูงสุด ขณะที่ยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานผลการสำรวจ แนวโน้มความต้องการของตลาดรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าในไทย หลังจากที่ผู้บริโภคได้รับรู้เกี่ยวกับข้อมูลของรถยนต์ประเภทนี้มาบ้างแล้วพอสมควร เพื่อศึกษาประเด็นความคาดหวังของผู้บริโภค

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่า 75% แสดงความสนใจที่จะพิจารณาให้รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกหนึ่งหากจะซื้อรถยนต์ในอนาคต (เกินกว่า 1 ปี)

ส่วนผู้บริโภคที่คิดจะซื้อรถยนต์ภายในช่วง 1 ปีนี้ ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด แต่กว่า 55% สนใจจะพิจารณารถยนต์ในกลุ่มรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นทางเลือกหนึ่ง หากมีตัวเลือกที่น่าสนใจมานำเสนอ

และกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้บริโภคที่สนใจซื้อรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้านั้น เลือกรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นใกล้เคียงไม่เกินกว่า 300,000 บาท

เหตุผลสำคัญที่สุดที่เลือกรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมเชื้อเพลิงเพราะสามารถเติมได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า รองลงมาคือเรื่องความประหยัดค่าเชื้อเพลิง

จากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีมุมมองที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้วกับรถยนต์ที่ต้องเติมพลังงานรูปแบบอื่นนอกเหนือจากน้ำมันและก๊าซเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน โดยจากผลสำรวจพบว่าเหตุผลด้านความประหยัดค่าเชื้อเพลิงเป็นเหตุผลลำดับต้นๆที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าทุกประเภท

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาเฉลี่ย 10 ปี ของรถยนต์แต่ละประเภทในรุ่นที่ใกล้เคียงกันไว้ โดยพบว่าหากมองเฉพาะเพียงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษา รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าทุกประเภทมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในระยะ 10 ปี ที่ต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน

อนึ่ง แม้รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าจะมีโอกาสในตลาดมากขึ้นจากมุมมองของผู้บริโภคดังกล่าว ทว่าด้วยความกังวลในเรื่องของความสะดวกในการหาพลังงานสำรองกรณีฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่แม้จะมีความประหยัดมากกว่าในเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการดูแลรักษาอื่นๆ แต่กลับได้รับการตอบรับที่น้อยกว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดค่อนข้างมาก

พบว่ามีเพียง 18% ของผู้บริโภคที่ร่วมตอบแบบสอบถามที่สนใจซื้อรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ในอนาคตสอดคล้องกับผลจากแบบสอบถามของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่พบว่า ปัจจัยที่เป็นความกังวลสูงสุด 3 อันดับแรกที่ทำให้ผู้บริโภคอาจไม่เลือกซื้อรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแม้จะมีเข้ามาทำตลาดในอนาคต คือ สถานีชาร์จไฟฟ้าที่ยังมีไม่ทั่วถึง ตามด้วยราคารถยนต์ที่ค่อนข้างสูง และการใช้เวลานานในการชาร์จไฟฟ้าตามลำดับ

ประเด็นสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคมอง คือ ความมีอยู่อย่างเพียงพอของจำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้านั้น หากผู้ประกอบธุรกิจให้บริการชาร์จไฟฟ้ามีการพัฒนาเครือข่ายมากขึ้น อาจทำให้มุมมองของผู้บริโภคต่อประเภทรถที่สนใจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ให้เติบโตได้เต็มศักยภาพในอนาคตอันใกล้

ปัจจุบัน รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าก้าวเข้ามามีบทบาทในตลาดรถยนต์ไทยมากขึ้น ทำให้ภาพของตลาดรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีความชัดเจนขึ้นในสายตาของผู้บริโภคมากกว่าในอดีต

ในช่วง 5เดือนแรกของปี 2561 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 7,129คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันในปีก่อนประมาณ 59% และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง หลังคาดว่าจะมีรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆเปิดตัวออกมา

 

 

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ามีหลายประเภท คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า หรือไฮบริด(Hybrid Electric Vehicle: HEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก(Plug-In Hybrid Electric Vehicle: PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่(Battery Electric Vehicle: BEV)