Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง รักจะเล่นเก็งกำไร ต้องเข้าใจ ‘ข่าวลวง’

รักจะเล่นเก็งกำไร ต้องเข้าใจ ‘ข่าวลวง’

1121
0
SHARE

เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงข่าวสารข้อมูลได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ข่าวปลอม ข่าวหลอก ข่าวลวง จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญของทุกประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน จนถึงขั้นที่ต้องมีการประชุมหารือในระดับนานาชาติเพื่อหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหา “ข่าวปลอม” กันเลยทีเดียว

หากกล่าวแบบนักกฎหมายหรือนักจิตวิทยาก็ต้องบอกว่า การกระทำความผิดทุกชนิดจะต้องมีแรงจูงใจ…การโกหกหลอกลวงก็เช่นกัน ย่อมต้องมีที่มาที่ไป ยกเว้นคนที่โกหกจนติดเป็นนิสัย อาจทำไปโดยไม่รู้ตัว และไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการโกหกนั้น

คำพระท่านว่า การกล่าวเท็จคือการที่บุคคลเปล่งวาจาโดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความจริง

แต่สำหรับ “ข่าวเท็จ” นั้น มันเป็นขั้นที่สูงกว่าการกล่าวเท็จ เพราะมีเจตนาที่จะทำให้เรื่องเท็จนั้นเป็น “ข่าว”… เป็นเรื่องที่จะถูกบอกกล่าวต่อๆ กันไป

หลายคนถามว่า คนที่สร้างข่าวปลอมหรือข่าวเท็จ เขาทำเพื่ออะไร

ผมก็พยายามค้นหาคำตอบอยู่เหมือนกันครับ และพบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในข่าวปลอมเหล่านั้น

“ความโง่” เป็นเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดข่าวปลอมขึ้นบนโลกนี้ เพราะความโง่ทำให้คนที่สร้างข่าวเท็จคิดว่าจะทำให้ตัวเองฉลาดขึ้น…คนโง่จะรู้สึกว่า หากสามารถสร้างข่าวไม่จริงขึ้นมา แล้วทำให้คนอื่นเชื่อได้ว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริง นั่นแสดงว่ามีคนที่ ‘โง่กว่า’ และทำให้ตนเองฉลาดขึ้นในทันที

“อคติ” ก็เป็นอีกเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดข่าวปลอม เพราะเมื่อความรู้สึกนึกคิดของคนสร้างข่าวเอนเอียงไปในทางเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องการทำลายล้างอีกฝ่ายหนึ่ง…‘ข่าวปลอม’ ก็ถือเป็นอาวุธที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง

“ความบ้า” ก็เป็นอีกเหตุหนึ่ง เพราะ คนบ้า สามารถทำสิ่งที่คนอื่นไม่คาดคิดว่าจะทำได้ อาจจะทำเพราะเห็นเป็นของสนุก อาจจะทำเพื่อความสะใจของตัวเองที่ได้เห็นคนอื่นเค้าปั่นป่วนวุ่นวายจากข่าวปลอมๆ ที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ

“ความชั่วช้าเลวทราม” ก็เป็นอีกเหตุหนึ่ง เพราะคนที่มีสันดานชั่ว จะไม่รู้ถึงผิดชอบชั่วดี ไม่คำนึงว่าจะมีใครเดือดร้อนเพราะการกระทำของตนเอง และที่ชั่วแสนชั่วก็คือ การสร้างข่าวปลอมที่จะทำให้ตนเองได้ประโยชน์จากข่าวนั้น

ถ้าจะอิงกับหลักธรรมะ…จะเห็นว่าข่าวปลอมสามารถเกิดขึ้นจากความ รัก โลภ โกรธ หลง

เพราะความรักทำให้เกิด “อคติ”

ความโลภทำให้ “ความชั่ว” เข้าครอบงำจิตใจ

ความโกรธทำให้กระทำไปโดยขาดความยั้งคิด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “บ้า”

ความหลงทำให้ โง่… ยิ่งอยากจะฉลาดกว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูโง่มากเท่านั้น เพราะหลงไปว่าความฉลาดคือสิ่งที่จะทำให้ตนเองลอยเด่นเหนือคนอื่นบนโลกนี้ เป็นการยึดติดกับดักอย่างหนึ่ง ซึ่งในทางธรรมเราเรียกว่า ‘หลง’

เมื่อเหตุที่จะทำให้เกิดข่าวเท็จมันมีมากมายดังที่กล่าวมา เราจะไปห้ามไม่ให้มีข่าวเท็จเกิดขึ้นจึงเป็นไปได้ยาก แม้แต่กฎหมายก็ไม่สามารถหยุดยั้งข่าวเท็จได้ เราแต่ละคนจึงต้องหาวิธีจัดการกับข่าวเท็จนั้นด้วยตัวเอง

ในด้านของการลงทุน ข่าวปลอมหรือข่าวเท็จจะส่งผลกระทบกับนักลงทุนระยะสั้นมากกว่านักลงทุนระยะยาว เพราะข่าวที่มันไม่จริง อายุมันสั้น ไม่กี่วันมันก็จะถูกฆ่าด้วยความจริงแล้ว นักลงทุนระยาวจึงไม่เดือดร้อนอะไร แต่นักเก็งกำไรที่เดี๋ยวก็ขายเดี๋ยวก็ซื้อนี่แหละครับที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือในทางกลับกัน จะสามารถแสวงหาประโยชน์จากข่าวเท็จได้

การเอาชนะข่าวปลอม ก็คือการเอาชนะ ความโง่ ความบ้า ความชั่วช้า และอคติ

ด้วยการแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริง ก่อนจะเชื่อข่าวที่เกิดขึ้นในทันที

ด้วยการวางจิตใจให้เป็นกลาง ไม่หลงไปกับข่าวที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอคติ

ด้วยการคิดดี ทำดี เพื่อที่จะไม่ตกเป็นพวกเดียวกับข่าวที่ถูกสร้างจากคนชั่ว

และด้วยสติ ปัญญา ที่จะทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของความหลงและความบ้า

เมื่อเราสามารถจับได้ไล่ทันข่าวเท็จ เราก็จะเป็นผู้มีชัยในการลงทุนในลักษณะของการเก็งกำไร เพราะในยามที่คนอื่นขายหุ้นเพราะตื่นตกใจกับข่าวลวงในทางลบ จะเป็นโอกาสของคนที่รู้เท่าทันเข้ามาช้อนซื้อ แล้วไปรอขายเมื่อราคาหุ้นนั้นกลับฟื้นขึ้นเพราะข่าวจริงปรากฎ

หรือหากมีข่าวลวงในทางที่ดีเกินจริง เราก็จะไม่หลงกลเข้าไปไล่ซื้อ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้คนที่สร้างข่าว ‘ออกของ’ ส่วนคนที่เป็นเหยื่อก็ติดยอดดอยกันไป

ถ้าคุณเป็นคนอ่อนไหวกับข่าวสาร แต่ไม่มีความสามารถเพียงพอในการแยกแยะข่าวจริงหรือข่าวปลอม ผมแนะนำว่าอย่าลงทุนแบบ “เก็งกำไร” เลยครับ…ได้ไม่คุ้มเสีย เชื่อผมเถอะ!