Home ทิศทางเศรษฐกิจ เมื่อฟินแลนด์เลิกจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน

เมื่อฟินแลนด์เลิกจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน

859
0
SHARE

ฟินแลนด์ตัดสินใจไม่ต่อเวลาในการทดลองจัดสรรรายได้ขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน หลังจากเป็นประเทศแห่งแรกในยุโรปที่ทำการทดลองให้สวัสดิการประเภทนี้ ด้วยการจ่ายเงินรายเดือนให้แก่ประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข

รัฐบาลฟินแลนด์ไม่ยอมรับคำขอจากหน่วยงานประกันสังคมในประเทศ ที่ขอเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้กับโครงการนำร่องดังกล่าว ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 2 ปี อันจะทำให้โครงการนี้สิ้นสุดลงในเดือนม.ค.2562

ฟินแลนด์เริ่มทดลองโครงการนี้เมื่อเดือนม.ค.2560 โดยคนว่างงาน 2,000 คนได้รับเงินเดือนละ 560 ยูโร หรือกว่า 20,000 บาท และไม่ต้องทำงานหรือหางานทำ ส่วนคนที่หางานได้ก็ยังได้รับเงินในส่วนนี้อยู่ ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 อัตราว่างงานของฟินแลนด์พุ่งไปอยู่ที่ 10% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 17 ปี จนมีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูประบบสวัสดิการ

แต่ในเดือนธ.ค.2560 รัฐสภาออกกฎหมายกำหนดให้คนว่างงานต้องทำงานอย่างน้อย 18 ชั่วโมงในทุกๆ 3 เดือน จึงมีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับผลประโยชน์จากการว่างงาน การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าระบบสวัสดิการอาจเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม

บรรดาผู้ที่สนับสนุนโครงการจัดสรรรายได้พื้นฐานให้แก่ประชาชน (universal basic income หรือ UBI) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ให้เหตุผลว่าการรับประกันรายได้พื้นฐานสำหรับประชากรวัยผู้ใหญ่ สามารถช่วยบรรเทาประเด็นทางสังคม อย่างอาชญากรรม ความยากจน และการว่างงานเรื้อรังได้ แต่ผู้วิจารณ์โครงการนี้ระบุว่ายูบีไอสิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพ

ประเทศอื่นที่นำโครงการนี้ไปทดลองใช้ก็มีอย่างเนเธอร์แลนด์ แคนาดา และเคนยา โดยในเนเธอร์แลนด์นั้น เมืองที่ทดลองใช้คือเมือง Utrecht ซึ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการจัดสรรรรายได้พื้นฐานแก่ชาวเมืองเพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

แนวคิดของเมือง Utrecht คือต้องการดูว่าชาวเมืองจะอุทิศเวลามากขึ้นให้กับงานอาสาสมัคร หรือการศึกษา หรืองานการที่ปรับปรุงตัวเองหรือชุมชนมากขึ้นหรือไม่ เมื่อไม่ต้องวิตกเรื่องการหาเลี้ยงชีพ

ส่วนในแคนาดานั้น รัฐออนแทรีโอได้จัดทำโครงการนำร่องจัดสรรรายได้พื้นฐานแก่ประชาชนใน 3 เมืองเมื่อปี 2560 โดยคนวัยผู้ใหญ่จะได้รับรายได้ปีละ 16,989 ดอลลาร์ (กว่า 500,000 บาท) หรือมากกว่าเงินช่วยเหลือภายใต้ระบบสวัสดิการปัจจุบันที่ 8,472 ดอลลาร์ เกือบเท่าตัว

ขณะที่ในเคนยา เมื่อปี 2559 องค์กรการกุศล GiveDirectly ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการแจกเงิน ได้เปิดโครงการนำร่องซึ่งกลายเป็นการทดลองจัดสรรรายได้พื้นฐานแก่ประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยนับจากปี 2560 หมู่บ้าน 40 แห่งได้รับเงินเดือนละ 22.50 ดอลลาร์ หรือเกือบ 700 บาทเป็นเวลา 12 ปี ส่วน 80 หมู่บ้านจะได้เงินช่วยเหลือเท่ากันเป็นเวลาแค่ 2 ปี แล้วอีก 80 หมู่บ้านจะได้รับเงินช่วยเหลือในจำนวนเท่ากับระยะเวลา 2 ปี และ 100 หมู่บ้านจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเลย

นอกจากนั้น ยังมีกรณีของ Y Combinator ซึ่งเป็นกลุ่มให้เงินช่วยเหลือสตาร์ทอัพรายใหญ่ที่สุดในซิลิคอนวัลเลย์ ได้เริ่มจ่ายเงินเดือนละ 1,000-2,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000-60,000 บาทแก่ 100 ครอบครัวในย่านโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อกลางปี 2559 ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะขยายระยะเวลาทดลองออกไปเป็น 5 ปี