Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก “ซัพพลาย”น้ำมันกำลังมีชัยเหนือ”ดีมานด์” แนวโน้มราคาขยับขึ้น

“ซัพพลาย”น้ำมันกำลังมีชัยเหนือ”ดีมานด์” แนวโน้มราคาขยับขึ้น

683
0
SHARE
โรงกลั่นน้ำมัน

“ดีมานด์-ซัพพลาย”ในตลาดน้ำมันโลก ที่เป็นตัวขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางราคาน้ำมัน กำลังส่งสัญญาณให้เห็นว่าในระยะสั้น ฝั่ง”ซัพพลาย”เป็นฝ่ายชนะ จากราคาน้ำมันที่ประคองตัวได้ในระดับ 56-57 เหรียญ/บาร์เรล และมีแนวโน้มขยับขึ้นไปอีก

ด้านซัพพลาย “น้ำมัน” เป็นการช่วงชิงตลาดระหว่างกลุ่ม OPEC+ กับสหรัฐ โดยกลุ่ม OPEC+ ลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเพื่อพยุงราคาในระดับ 60-70 เหรียญ แต่ก็เผชิญกับกำลังการผลิตจากสหรัฐที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของโลกไปแล้ว แซงหน้าซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย

นอกจากการแข่งขันการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดแล้ว ราคาน้ำมันยังเผชิญกับแรงกดดันจากฝั่ง “ดีมานด์” เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงขาลง โดยเฉพาะผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ทำใหัความต้องการน้ำมันในตลาดลดลง

หากดูจากทิศทางราคาน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็น “สัญญาณ”ว่าฝั่งลด “ซัพพลาย”ในตลาดโลก มีชัยเหนือ “ฝั่งดีมานด์” แม้จะมีจ่าวเชิงลบออกมา แต่ราคาน้ำมันก็สามารถพยุงตัวต่อไปได้ ชี้ให้เห็นว่าการลดกำลังผลิตของกลุ่ม OPEC+ มีพลังมากกว่าปัจจัยอื่น เหมือนเช่นที่เป็นมา

ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระบุว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ผันผวน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 0.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 65.91เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัสฯ (WTI) เพิ่มขึ้น 0.23 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 56.42 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ลดลง 0.04 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 65.82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวันศุกร์ลดลง จากนักลงทุนผิดหวังกับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน โดยตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากการจ้างงานลดลง โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง และจีนส่งออกลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีอย่างเหนือความคาดหมาย หลังจากประธาน ECB กล่าวก่อนหน้าว่าเศรษฐกิจยุโรปอ่อนแออย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว และทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวตาม

อีกทั้งกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (Office of Foreign Assets Control: OFAC) ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา โดยประกาศขยายกำหนดเวลาให้ชาวอเมริกัน และนิติบุคคลสหรัฐฯ ยกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา Petroleos de Venezuela SA (PDVSA) อาทิ พันธบัตร จากเดิม 11 มี.ค. 62 เป็นวันที่ 10 พ.ค. 62

ในส่วนของอุปทานน้ำมันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบีย นาย Khalid al-Falih ชี้ว่ากลุ่มองค์กรประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน OPEC กับประเทศผู้ผลิตพันธมิตร นำโดยรัสเซีย (OPEC+) จะไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการลดการผลิตก่อนกำหนดสิ้นเดือน มิ.ย. 62

ทั้งนี้กลุ่ม OPEC+ กำหนดการประชุมเพื่อติดตามและทบทวนผลการดำเนินการ ในวันที่ 17-18 เม.ย. 62 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และกลุ่ม OPEC จะประชุมสามัญประจำปี ในวันที่ 25-26 มิ.ย. 62

ด้านเทคนิคสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 63.5-67.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 53.5-57.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 63.0-67.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล 

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

  • นักลงทุนเริ่มมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากWall Street Journal รายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump กับประธานาธิบดีจีน นาย Xi Jinping มีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงทางการค้าในการประชุมสุดยอด วันที่ 27 มี.ค. 62 ขณะที่ สหรัฐฯ ได้ระงับการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 10% เป็น 25% ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 1 มี.ค. 62 อนึ่งความตึงเครียดของสงครามการค้าเริ่มผ่อนคลาย ล่าสุด Reuters รายงานจีนเริ่มนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยในวันที่ 1 มี.ค. 62 นำเข้าปริมาณ 600,000 บาร์เรล
  • Reuters รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC (14 ประเทศ) เดือน ก.พ. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 300,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 30.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 4 ปี กอปรกับ นาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรัสเซีย รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ เดือน ก.พ. 62 ลดลง 97,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือน ต.ค. 61มาอยู่ที่ 11.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ รัสเซียตกลงกับกลุ่ม OPEC ในการลดปริมาณการผลิตลง 228,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือน ต.ค. 61
  • Baker Hughes Inc. รายงานจำนวน Rig ขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 มี.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 9 แท่น มาอยู่ที่ 834 แท่น ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน
  • Energy Information Administration (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 61 ลดลงจากเดือนก่อน 6,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 11.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ค. 61
  • Bloomberg รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ 5 ชนิดจากแหล่งทะเลเหนือ ได้แก่Forties, Brent, Oseberg, Ekofisk, และ Troll (BFOE) ที่ใช้ในการประเมินราคาน้ำมันดิบ Brent เดือน เม.ย. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 28,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 920,000 บาร์เรลต่อวัน
  • CFTC รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 มี.ค. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับ Net Long Position เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 21,416 สัญญา มาอยู่ที่ 155,426 สัญญา

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

  • National Oil Corp. (NOC) บริษัทน้ำมันแห่งชาติของรัฐบาลลิเบีย ซึ่งมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่กรุง Tripoli (รัฐบาลที่นานาประเทศรับรอง) ยกเลิกการประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara (กำลังการกลั่น 340,000 บาร์เรลต่อวัน) แล้วในวันที่ 4 มี.ค. 62 และแหล่งดังกล่าวกลับมาผลิตน้ำมันดิบที่ระดับ 80,000 บาร์เรลต่อวัน
  • EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 มี.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 7.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 452.9 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ผลสำรวจนักวิเคราะห์โดย Reuters คาดการณ์ 6 เท่า และการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ รายสัปดาห์ ยังคงที่ ณ ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • Ecopetrol บริษัทน้ำมันแห่งชาติของโคลัมเบีย ประกาศลงทุนสำรวจน้ำมันดิบจากแหล่งUnconventional จำนวน 20 หลุม ในบริเวณ Magdelana Medio Region วงเงิน 500ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2562 (บริษัทมีงบลงทุนรวม 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2562 – 2565)
  • ICE รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 มี.ค. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 3,508 สัญญา มาอยู่ที่ 287,828 สัญญา