Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก สัญญาณทิศทางน้ำมันขาลง กองทุนโลกลดการถือครอง

สัญญาณทิศทางน้ำมันขาลง กองทุนโลกลดการถือครอง

633
0
SHARE
ราคาน้ำมัน

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากผลกระทบสงครามการค้า ยังกดดันราคาน้ำมันขาลง หลังจากบรรดากองทุนปรับลดสถานะการถือครองสุทธิต่อเนื่อง

ทิศทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลกระทบทางลบทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และสำนักต่างๆ เริ่มปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง

ล่าสุดจากการสำรวจของสื่อโดย Argus พบว่า 2 ใน 3 ของกลุ่มผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของบริษัทในสหรัฐฯ ที่ทำการสำรวจเชื่อว่าหากสงครามการค้ายืดเยื้ออาจทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า และให้ติดตามการประชุม G-20 ที่ประเทศญี่ปุ่นปลายเดือนนี้ โดยสหรัฐฯ กล่าวถึงความพร้อมที่จะขึ้นภาษีกับจีนหากตกลงกันไม่ได้ โดยมีประเด็นสำคัญเรื่องการยกเลิกข้อบังคับให้ต่างชาติที่ลงทุนในจีนถ่ายโอนเทคโนโลยีให้กับจีน ขณะที่จีนตอบโต้ว่าพร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม หากสงครามการค้ารุนแรงขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) ปรับลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีน ในปี พ.ศ. 2562 อยู่ที่ 6.2 % จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าที่ 6.3 %  ต่อปี และในปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 6 %  จากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 6.1 % ต่อปี

พร้อมกล่าวเตือนว่า หากปัญหาทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนยังไม่คลี่คลาย อาจทำให้จีดีพีของโลก ในปี พ.ศ. 2563 ลดลง 0.5 %  จากในเดือน เม.ย. 62 ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์จีดีพีโลก ปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 3.6 %

หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ประเมินว่าด้านเทคนิคสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 61-66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 52-57  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ราคาน้ำมันดิบ Dubai  จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ  59.5-64.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

  • Energy Information Administration (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์สหรัฐฯ สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 6.8 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 483.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวลดลง 849,000 บาร์เรล
  • EIA รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด 31 พ.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 100,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 12.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
  • U.S. Census Bureau ของสหรัฐฯ รายงานปริมาณส่งออกน้ำมันดิบ เดือน เม.ย. 62 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 100,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 2.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน  โดยแคนาดาเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่ระดับ 589,000 บาร์เรลต่อวัน ตามด้วยอินเดีย ที่ 392,000 บาร์เรลต่อวัน และเกาหลีใต้ ที่ 356,000 บาร์เรลต่อวัน
  • Intercontinental Exchange (ICE)รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 มิ.ย. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 48,409 สัญญา มาอยู่ที่ 304,327 สัญญา ลดลงต่อเนื่อง 2 สัปดาห์
  • Commodity Futures Trading Commission (CFTC) รายงานสถานการณ์ลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 มิ.ย. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับ Net Long Position ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 13,196สัญญา มาอยู่ที่ 198,884 สัญญา

ปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

  • Baker Hughes Inc. รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (Rig) ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 มิ.ย. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 11 แท่น มาอยู่ที่ 789 แท่น ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 61
  • รมว. กระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบีย นาย Khalid al-Falih ระบุกลุ่ม OPEC และพันธมิตรสนับสนุนการควบคุมปริมาณการผลิตต่อในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2562 โดยซาอุฯ ผลิตน้ำมันดิบในเดือน พ.ค. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 90,000 บาร์เรลต่อวัน ที่ระดับ 9.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน และต่ำกว่าปริมาณการผลิตตามข้อตกลงที่ระบุไว้ที่ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • Reuters รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปของเวเนซูเอลา ในเดือน พ.ค. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 17% มาอยู่ที่ 874,500 บาร์เรลต่อวัน จากผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซีย นาย Alexander Novak และรัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย นาย Khalid al-Falih มีแผนหารือร่มกันเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พลังงานและเกษตรกรรมในงาน St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ที่เมือง St. Petersburg  ประเทศรัสเซีย ในวันที่ 10 มิ.ย. 62

สำหรับราคาน้ำมันปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับกระแสข่าวกลุ่ม OPEC และชาติพันธมิตรนำโดยซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียมีแผนจะขยายเวลาการลดปริมาณการผลิตน้ำมันซึ่งเดิมจะสิ้นสุดในเดือนนี้ออกไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2562 ประกอบกับรายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันของ OPEC ในเดือน พ.ค. 62 ลดลงจากเดือน เม.ย. 62 ประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 23.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากอิหร่านส่งออกลดลงนับแต่มาตรการผ่อนผันของสหรัฐฯสิ้นสุด และท่อขนส่งน้ำมันของไนจีเรียประสบปัญหา ผนวกกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกได้ข้อสรุปทำให้สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการขึ้นภาษีนำเข้าจากเม็กซิโก