Home ลงทุน มุมธุรกิจ รู้จัก“WMSL” ฟินเทครุ่นใหญ่ เบื้องหลังบริหารเม็ดเงิน3.7 ล้านล้าน

รู้จัก“WMSL” ฟินเทครุ่นใหญ่ เบื้องหลังบริหารเม็ดเงิน3.7 ล้านล้าน

1052
0
SHARE
สมเกียรติ ชินธรรม์มิตร์

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา“ฟินเทค(Fintech)”กลายเป็นคำฮิตติดปากคนไทย เมื่อเกิดการพัฒนาบริการทางการเงินใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ “ฟินเทค” ไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงการเงิน เพราะมีการนำมาใช้นานแล้วในสถาบันการเงินและภาคธุรกิจ

ต่างกันเพียงแต่ว่า “ฟินเทค” ที่มากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในรอบนี้ ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการเงินได้ง่าย และเริ่มมีการนำไปใช้ในธุรกรรมหลากหลายมากขึ้น

หากมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ราว 20 ปี เชื่อหรือไม่ว่ามี “ฟินเทค” สายเลือดไทย ที่มีอายุยาวนานถึง 23 ปี ที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลความมั่งคั่งของคนไทยจนถึงปัจจุบัน และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ปี 2538 ถือเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อบริษัท Wealth Management System Limited (WMSL) พัฒนาซอฟต์แวร์ทางการเงินที่ชื่อว่า “BONANZA”  ซึ่งมีความหมายที่สื่อถึงความมั่งคั่งหรือสายแร่ทองคำ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ BONANZA ทำหน้าที่เป็นหลังบ้านให้กับการบริหารกองทุนระดับชาติ หลายกองทุน อาทิ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมถึงระบบหลังบ้านของสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งในไทย รวมผู้ใช้บริการมากกว่า 17 ล้านคน และบริหารเม็ดเงินมูลค่ารวมกว่า 3.7 ล้านล้านบาท

อาจกล่าวได้ว่าสถาบันการเงินในไทยเกือบทุกแห่ง  รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและธุรกิจหลายแห่งต่างก็ใช้ BONANZA เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารงาน

สถาบันการเงินและองค์กรต่างๆๆที่ใช้ BANANZA

นายสมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WMSL เล่าว่า จุดเริ่มต้นของซอฟต์แวร์ “BONANZA” เกิดจากประสบการณ์ทำงานเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาไพรเวทแบงก์แห่งหนึ่งเมื่อ 23 ปีที่แล้ว

ขณะทำงานเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุน พยายามหาซอฟต์แวร์มาใช้ภายในแผนกเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่ง ณ เวลานั้นไม่มีซอฟต์แวร์ใด ๆ ในโลกที่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้ แม้แต่ซอฟต์แวร์ระดับโลกของสหรัฐอเมริการหรือยุโรปที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น เนื่องจากติดปัญหา 2 ประการหลัก

ประการแรก ซอฟต์แวร์ไม่สามารถคำนวณราคาตราสารหนี้ไทยได้ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลตราสารหนี้ และราคาของพันธบัตรเข้าสู่ระบบเพื่อให้ซอฟต์แวร์ช่วยคำนวณอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่สามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้

ประการที่สอง กระบวนการทำงานของซอฟต์แวร์ไม่มีการเชื่อมโยงกันของ front office, middle office และ back office ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของซิตี้แบงก์ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือในระดับสากล

ข้อบกพร่อง 2 ประการข้างต้น เป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้นซอฟต์แวร์ที่มีชื่อ “BONANZA” ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เป็นซอฟต์แวร์เพียงตัวเดียวในโลกที่ทำงานครบ 3 ขั้นตอน มีกระบวนการเชื่อมโยงลงมาได้ถึงเครื่องพีซี

ประกอบไปด้วย 1. front office ดูแลเรื่อง Fund Management 2.middle office ดูแลเรื่อง Risk Management และ 3. back office ดูแลเรื่อง Operation

“เสมือนซอฟต์แวร์ที่มาทำหน้าที่อุดรูรั่วของการทำงานของซอฟต์แวร์ด้านการเงินแบบเดิมในยุคนั้นได้สำเร็จ ทำให้มีกระบวนการทำงานที่เป็นที่รัดกุม และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

ซอฟต์แวร์เลือดไทย ในระดับโลก

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า หลังเปิดให้บริการได้ไม่นาน BONANZA เป็นที่สนใจขององค์กรต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และขยายวงกว้างจนเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก

สะท้อนจากรางวัลและใบรับรองมากมาย ที่ได้รับมาตลอดระยะเวลาที่พัฒนา BONANZA ตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน

อาทิ

  • ปี 2558 ได้รับการรับรองมาตรฐานซอฟต์แวร์ Capability Maturity Model Integration (CMMI5) ระดับที่ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยจัดอยู่อันดับที่ 47 ของโลก และได้รับคะแนนประเมินสูงสุดในการประเมิน CMMI จากทุกบริษัททั่วโลก
  • ปี 2549 คว้ารางวัล Thailand ICT Award 2006winner (TICTA) ในหมวด Financial Application โดยกระทรวงสื่อสารและเทคโนโลยี
  • ปี 2548 ได้รับรางวัล เจ้าฟ้าไอทีรัตนราชสุดา สารสนเทศ ครั้งที่ 1 จัดโดยมูลนิธิวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของการประกวดนวัตกรรม
  • ปี 2545 ได้รับการรับรองมาตรฐานซอฟต์แวร์ Capability Maturity Model Integration (CMMI2) ระดับที่ 2
  • ปี 2544 เป็น 1 ใน 5 บริษัทที่ Software Park เลือกให้เป็น Local Hero และส่งชื่อไปที่ IDC (Internet Data Center) ของสหรัฐอเมริกา
รางวัลมาตรฐานโลก
รางวัลมาตรฐานโลก

เบื้องหลังความสำเร็จ23 ปี

การเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจใช้ซอฟต์แวร์ BONANZA ที่กว้างขวางและยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ทำให้อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ ลูกค้าสถาบันภาครัฐ บริษัทเอกชน ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศไว้วางใจใช้ซอฟต์แวร์ภายใต้บริษัท WMSL ของคนไทยในการดูแลเงินมูลค่ามหาศาลนี้

คำตอบที่ได้ คือลิสต์รายชื่อผู้อยู่เบื้องหลังซอฟต์แวร์ “BONANZA” ที่ล้วนเป็นนักการเงิน ที่มีประสบการณ์ทำงานในองค์กรชั้นนำกว่า 20 คน ตลอดจนทีมงานด้านการเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศกว่า 160 คน ที่มีประสบการณ์ทำงานรวมกันมากกว่า 400 ปี

ทีมผู้บริหาร
ทีมผู้บริหาร WMSL

อย่างเช่น นางเอ็มมี่ ยิบ (Ms. Amy Yip) หนึ่งใน 50 นักการเงินของโลกใน EURO MONEY RANK เป็นผู้ดูแล Internation Research ทั้งหมดของฮ่องกง ที่ชนะ จอร์จ โซรอส ในการต่อสู้เรื่องการลดค่าเงินบาทในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง

นายปัญญา จรรยารุ่งโรจน์ มีประสบการณ์กว่า 30 ปีในตลาดโลก อดีต Head of Global Markets & Treasurer at HSBC & Citibank และ The Regional Currency Unit & Treasurer at Citibank Singapore

นายจิระพล โพบุคดี  Former Risk Modeling Specialist in CIMB ThaiBank / In-charge of iRisk Software Development for ThaiBMA / VP of Risk Management, Policy & Planning, Operation, Finance & Research at IFCT / Researcher at Wharton Econometric Forecast Associates in Philadelphia

นายมนตรี เสนีเศรษฐ Former Division Manager of Kasikorn Bank (KBank) Scholarship at UCLA & KBank LA, Outstanding Research Award from Thailand Research Fund (TRF)

นวัตกรรม-ความมุ่งมั่น-ประสบการณ์ กลไกสู่ความสำเร็จ

คำว่าฟินเทค เกิดจากการรวมกันของคำว่า Finance = การเงิน และ Technology = เทคโนโลยี เป็นคำว่า “Fintech” ซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้ที่คร่ำหวอดในวงการการเงินมาหลายสิบปี ซึ่งปัจจุบัน ฟินเทคก็มีนิยามที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นทำให้ฟินเทคเริ่มกลายเป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกคน ทำให้ปัจจุบัน มีบริษัทฟินเทค สตาร์ทอัพ เกิดขึ้นจำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จ และมีแนวโน้มยั่งยืนในอนาคต

นายสมเกียรติ เผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จของ WMSL ในฐานะของฟินเทครุ่นพี่ว่า การทำฟินเทคให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การมีนวัตกรรมที่ดีเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการสร้างประสบการณ์จึงจะไปถึงระดับที่ยอดเยี่ยมได้

“สิ่งสำคัญคือ ต้องมี Passion ที่อยากทำอย่างแท้จริง มีวินัย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินต่อ อดทนต่อความล้มเหลว ไม่ใช่แค่รวยแล้วเลิก หรือขาดทุนแล้วเลิกและต้องตอบตัวเองได้ว่า ทำเพื่อกำไร เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือว่าทำเพราะคุณรักมันจริงๆ 

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนา “ฟินเทค” ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำให้ WMSL กลายเป็นฟินเทครุ่นพี่ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 40%

นายสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายว่า WMSL ยังพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และพัฒนาระบบงานเฉพาะด้านบริหารการเงิน การลงทุน ระบบงานควบคุม รวมถึงบริหารความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ ต่อไป

ดังนั้น จึงต้องติดตามว่าเมื่อคนทั่วไปมีความต้องการเครื่องไม้เครื่อมือทางการเงินที่มีมาตรฐานมากขึ้น เพื่อใช้ดูแลการเงินของตัวเอง ทาง WMSL จะมีอะไรออกมา นอกจากการพัฒนาระบบขนาดใหญ่อย่าง BONANZA