Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก วิจัยกสิกรฯ คาดไทยโต 3.7% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอ

วิจัยกสิกรฯ คาดไทยโต 3.7% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอ

398
0
SHARE
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยโต 3.7% จาก 4.0% ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญและการเมืองในประเทศ คาดหากรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือนจะหนุนจีดีพีได้ 0.2-0.4% 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสวนา “จับอุณหภูมิเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง” ประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไม่ว่าหลังจากนี้รูปแบบของรัฐบาลผสมจะมีองค์ประกอบแบบใด ต่างต้องเผชิญโจทย์การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระทบภาคการส่งออกทั้งสิ้น 

เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัวแทบทุกประเทศ สะท้อนจากการปรับประมาณการเศรษบซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ปรับประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจของไทยจากเดิมที่ 4.0% ลงมาอยู่ที่ 3.7% โดยอยู่ในกรอบที่ 3.2%-3.9% 

โดยกรอบล่างที่ 3.2% ประมาณการณ์ไว้ในกรณีที่การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้ไม่มีการเบิกจ่าย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นไม่สามารถทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในขณะที่กรอบบนเกิดขึ้นได้หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและดำเนินนโยบายต่าง ๆ ตามคาด รวมถึงเศรษฐกิจโลกไม่ชะลอตัวเกินไป จะมีผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 3.9% 

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของการส่งออกในปี 62 จากเดิม 4.5% เหลือ 3.2% และปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ การนําเข้าจากเดิม 5.3% เหลือ 4.3% จากผลกระทบทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ นางสาวณัฐพร มองว่าระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาล ควรเห็นความชัดเจนจากการพิจารณาทั้ง 3 วาระในช่วงมิ.ย.-ก.ค.นี้ ซึ่งหากมีการดำเนินการตามไทม์ไลน์ที่ควรจะเป็น จะส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก

โดยให้รายละเอียดว่า เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อย จะเกิดนโยบายเร่งด่วนที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภาคครัวเรือนและกลุ่มเกษตรกร ที่คาดว่ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการหนุนการบริโภคครัวเรือนในลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้น GDP ได้ 0.2-0.4% อาทิ

  • มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร มีกลุ่มเป้าหมายกว่า 15.6 ล้านคน
  • นโยบายเพิ่มสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย มีกลุ่มเป้าหมายกว่า 14.5 ล้านคน
  • มาตรการหักลดหย่อนภาษีที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มการใช้จ่ายของภาคประชาชน มีกลุ่มเป้าหมายกว่า 10.3 ล้านคน ฯลฯ

ส่วนปัจจัยที่จะทำหน้าที่เป็นแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยังมีส่วนของการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไทยในปีนี้ร่วม 40 ล้านคน โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนเป็น 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รวมถึงปัจจัยบวกจากการวางแผนการลงทุนระยะกลางและระยะยาวของรัฐบาลที่ต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้

สำหรับค่าเงินบาท นางสาวณัฐพร มองว่าสามารถเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 31.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนแนวโน้มด้านดอกเบี้ยของไทย นางสาวณัฐพร คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโนบายจะทรงตัวที่ระดับ 1.75% ไปจนถึงสิ้นปี 2562 เนื่องจากมองว่า กนง. ยังไม่มีปัจจัยใดที่มีความจำเป็นในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ 

นางสาวณัฐพร ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่ามีแนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าหรือไม่ ขณะเดียวกันจะต้องติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีนที่น่ากังวลเป็นพิเศษ