Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล เมื่อฟังท่าที”สี จิ้นผิง” แนวโน้มสงครามการค้ายืดเยื้อ

เมื่อฟังท่าที”สี จิ้นผิง” แนวโน้มสงครามการค้ายืดเยื้อ

471
0
SHARE
สีจิ้นผิง ทรัมป์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้คำมั่นใจว่าจีนจะยัะเป็นผู้ซื้อสินค้าและบริการรายใหญ่ของโลกในช่วง 15 ปีนับจากนี้ไปเป็นมูลค่าถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยปีละ 2.67 ล้านล้านดอลลาร์

ในระหว่างการกล่าวาสุนทรพจน์ และพบปะกับผู้ประกอบการต่างชาติในงาน China International Import Expo (CIIE) ที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำจีนได้ยืนยันจะเดินหน้าในการปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง

เนื่องในวาระครบรอบ 40 ปีที่จีนใช้นโยบายปฏิรูปประเทศและเปิดกว้างสู่ระบบตลาด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่าจีนกำลังร่วมมือกับประชาคมนานาชาติในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ ส่วนที่มีปัญหาที่เกิดขึ้นในการกระชับความร่วมมือเชิงลึกของจีนกับประเทศอื่นๆ นั้น ก็จะแก้ไขผ่านการปฏิรูปและการเปิดกว้าง รวมทั้งเอาชนะปัญหาด้วยการก้าวเดินไปข้างหน้า

โดยย้ำว่า จีนจะเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในจีน โดยยินดีต้อนรับบริษัทจากทุกประเทศเข้ามาร่วมแบ่งปันโอกาสที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของจีน ในการที่จะบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน และทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อกัน

ทั้งนี้ ผู้นำจีนย้ำถึงสัญญาที่จะเปิดกว้างทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจแก่โลก ด้วยการลดภาษีสินค้านำเข้า และเปิดกว้างด้านตลาด เพื่อสนับสนุนโลกาภิวัตน์ ที่เป็นการส่งสัญญาณว่าจีนจะขยายบทบาททางการค้ากับโลกมากขึ้น

โดยที่ในอีก 15 ปีข้างหน้าจีนจะซื้อสินค้าจากต่างประเทศ รวมมูลค่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ และซื้อในภาคบริการคิดเป็นมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกันจีนจะเปิดกว้างให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาในภาคธุรกิจทั้งด้านโทรคมนาคม การศึกษา และการดูแลสุขภาพ โดยจะผ่อนคลายเพดานสัดส่วนความเป็นเจ้าของกิจการของต่างชาติในภาคการศึกษา และการดูแลด้านสุขภาพ ด้วยหลักปฏิบัติที่เป็นธรรม และปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งจะลงโทษผู้ที่ละเมิดสิทธิประโยชน์ของกลุ่มทุนต่างชาติ 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์นาน 25 นาที รวมทั้งได้กล่าวถึงสิ่งที่สหรัฐระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจจีนไม่ใช่ระบบตลาด  และยังกล่าวหาจีนทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม ฉกฉวยเอาเปรียบระบบการค้าโลกทำให้ประเทศอื่นๆ เสียหาย โดยยืนยันว่า จีนเป็นฝ่ายที่เชื่อในโลกาภิวัตน์อย่างแท้จริง และปกป้องการค้าโลก ซึ่งเราต้องสร้างความร่วมมือ ไม่ใช่เผชิญหน้า เพื่อให้สมประโยชน์ด้วยกัน มิใช่ได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว

เพราะใครที่คิดกอบโกยประโยชน์ฝ่ายเดียว มีแต่จะหายนะ โดยจะผลักดันการดำเนินการขององค์การการค้าโลก และจะผลักดันความร่วมมือเพื่อปกป้องการค้าพหุภาคีอย่างมีธรรมาภิบาล

จากสถิติการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกล่าสุดของ World Bank นั้น จีนมีขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพีใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกมูลค่า 12.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 15.4% โดยที่สหรัฐมีขนาดจีดีพีใหญ่เป็นอันดับ 1 เป็นมูลค่า 19 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24.4%

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขนาดเศรษฐกิจทั้งของสหรัฐและจีนรวมกันเกือบจะเท่ากับ 40% ของจีดีพีโลกที่มีมูลค่า 80 ล้านล้านดอลลาร์ณ ในสิ้นปี 2017

ทำให้ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างกังวลต่อปัญหาข้อขัดแย้งการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะขยายวงกว้างเป็นสงครามการค้าที่ดุเดือดไปอีกหลายปีข้างหน้า หลังจากที่แนวโน้มดังกล่าวได้เกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับจากสหรัฐได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียมในอัตรา 10% 

และนับจากเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 2 รอบเป็นมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเป็นมูลค่า 117,000 ล้านดอลลาร์ นำมาสู่การที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะมีกำหนดประชุมนอกรอบในระหว่างการประชุม G-20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนตินา ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงเป็นเป้าสายตาที่ทั่วโลกจับตามองว่าจะมีหนทางผ่อนคลายบรรยากาศของสงครามการค้าจีนและสหรัฐลงหรือไม่

หรือจะนำมาซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่ว่า หากการพูดคุยกันล้มเหลว สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในรอบที่ 3 อีกมูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์ เรียกว่าจะเรียกภาษีทุก 1 ดอลลาร์ที่สหรัฐซื้อสินค้าจากจีน ที่มีมูลค่าถึง 505,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา