Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก รายงานเฟดชี้สงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจสหรัฐ

รายงานเฟดชี้สงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจสหรัฐ

343
0
SHARE
สงครามการค้าโลก

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงาน Beige Book ที่รวบรวมจาก 12 สาขาของเฟด ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐกำลังมีทิศทางปรับตัวสู่ขาลง จากความกังวลในผลกระทบของมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค่าจากจีนที่สูงขึ้นเป็นมูลค่าสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจสหรัฐของเฟดทั้ง 12 เขต ได้ระบุว่า เศรษฐกิจของสหรัฐได้ขยายตัวปานกลาง ในช่วงระหว่างกลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน โดยที่ผลกระทบมาตรการภาษีนำเข้าที่มีต่อภาคการผลิตของสหรัฐ โดยเฉพาะในหลาย ๆ กิจการอุตสาหกรรม 

ความเชื่อมั่นที่ถูกบั่นทอนลง เนื่องจากผู้ตอบแบบสำรวจได้กังวลถึงความไม่แน่นอนที่มีให้เห็นมากขึ้น ทั้งผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า นโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และปัญหาในตลาดแรงงานที่ตึงตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ ต้นทุนสูงขึ้นจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้า ได้กระจายไปในวงกว้างมากขึ้น ต่อกลุ่มผู้ผลิตและผู้รับจ้างที่เป็นกลุ่มผู้ค้าปลีกและร้านอาหาร โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ส่งผลถึงภาคการเกษตรเนื่องมาจากการเก็บภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น

รายงานของเฟดทั้ง 12 เขตบ่งชี้ว่า ในช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมีนาคม ประเด็นของการเก็บภาษีนำเข้าสินค้ายังไม่ได้เป็นกังวลใดๆ  โดยอยู่ในระดับ 0 แต่ได้กลายเป็นความกังวลที่มากขึ้นในเดือนเมษายนขยับขึ้นมาที่ระดับ 36 จากที่มีการเอ่ยอ้างถึง

ต่อมาในเดือนพฤษภาคมได้ผ่อนคลายลง โดยกลับมาเป็นประเด็นมากขึ้นในเดือนกรกฎาคม โดยยังคงมีความร้อนแรงมากขึ้นในเดือนกันยายน และพุ่งขึ้นกลายเป็นความกังวลสูงสุดในเดือนตุลาคมที่มีการเอ่ยอ้างถึงเป็นกระทบเชิงลบที่ระดับ 51

รายงานของเฟดได้ระบุถึงปัญหาความเสี่ยงที่สูงขึ้นกับเศรษฐกิจของสหรัฐที่เกิดกับภาวะการจ้างงานและระดับราคา โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่มีความตึงตัวมากขึ้นในหลายสาขาอาชีพ ขณะที่ระดับราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นพอประมาณ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยเป็นสิ่งที่เฟดจะนำไปประเมินอย่างระมัดระวังในการประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-18 ธันวาคมนี้

สิ่งที่เฟดมีความเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือภาพรวมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ ซึ่งเริ่มมีสัญญานการชะลอตัวเกิดขึ้นในเขตรัฐ  Dallas และ Philadelphia ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อวงจรเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2019 โดยเฉพาะผลตอบแทนในรายได้ที่มีการปรับลดคาดการณ์ลง จะส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงและความผันผวนมากเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ในเขตรัฐอื่นๆ เช่น Cleveland, Richmond, Atlanta, Chicago ที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้นทางด้านต้นทุนจากมาตรการขึ้นภาษีนำเช้าสินค้าในช่วงต้นปีใหม่นี้ ส่วน St. Louis ก็จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีที่มีต่อการส่งออกถั่วเหลือง รวมทั้งพืชผลทางการเกษตรใน San Francisco และบางส่วนใน California

ขณะที่เขต Minneapolis-St. Paul จะได้รับผลกระทบจากค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Kansas City ก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเนื่องจากมาตรการแซงชั่นซาอุดิอาระเบีย

สำหรับการเคลื่อนไหวล่าสุดในการเรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความที่เชื่อว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีความจริงใจในขณะที่ร่วมประชุมเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า โดยจีนก็ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการประชุมนอกรอบการประชุม G-20 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันาวคมที่ผ่านมา 

ส่วนโฆษกของกระทรวงพาณิชย์จีน ได้ออกมาแถลงล่าสุดถึงการปฏิบัติที่จะมีการเจรจาการค้ากันนอย่างจริงจังภายในกรอบเวลา 90 วัน ซึ่งคณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจและการค้าของทั้ง 2 ประเทศ จะเดินหน้าปรึกษาหารือให้ได้แผนแม่บทที่ชัดเจน