Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก นักลงทุนยังจับตาเจรจา”สหรัฐ-จีน” แม้มีแนวโน้มตกลงกันได้

นักลงทุนยังจับตาเจรจา”สหรัฐ-จีน” แม้มีแนวโน้มตกลงกันได้

262
0
SHARE
สงครามการค้า

นักลงทุนเริ่มนับถอยหลังในช่วงเวลา 15 วันที่เหลือก่อนถึงเส้นตายการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่จะครบกำหนดภายในวันที่ 2 มีนาคม ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้หรือไม่ 

ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำเซอร์ไพรส์จะพบปะกับทีมสหรัฐที่นำโดยสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ในวันศุกร์นี้

ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐทั้งโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ และสตีเวน มนูชิน ได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธ และเริ่มเปิดการเจรจาการค้าและจีนรอบใหม่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีวาระการประชุมเจรจาร่วมกับหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เท่านั้น โดยคาดกันว่า การเจรจาการค้าในรอบนี้ จะมีการสรุปผลการประชุมในวันศุกร์นี้

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า การเจรจาของทีมสหรัฐกำลังดำเนินไปอย่างดียิ่ง และกำลังพิจารณาเลื่อนกำหนดเส้นตายในการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจากเดิมออกไป หากคณะเจรจาของสหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าในไม่ช้านี้

โดยที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาจพิจารณาเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปอีก 60 วัน เพื่อให้การเจรจาสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มอัตรารียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจากจีนเป็นมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากระดับ 10% สู่ระดับ 25% จะเลื่อนเวลาออกไปด้วยเป็นวันที่ 2 พฤษภาคม

ทั้งนี้ South China Morning Post รายงานว่า การพบปะระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับคณะเจรจาการค้าทั้ง 2 ฝ่ายจะมีขึ้นในวันศุกร์ โดยที่กรอบของเจรจานั้นจะดำเนินไปตามข้อเรียกร้องผู้นำสหรัฐที่ต้องการให้จีนเปิดตลาดการค้าเสรี และเป็นธรรมกับการค้าสหรัฐ

รวมทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนที่จะเลิกอุดหนุนภาคการผลิตเพิ่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้าของจีน รวมถึงการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางการปัญญา และยุติการขโมยข้อมูลเทคโนโลยีของสหรัฐ

ขณะที่จีนเองก็เตรียมรับมือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าล่าสุดสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยยอดส่งออกเดือนมกราคมขยายตัว 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แตะระดับ 1.5 ล้านล้านหยวน ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.9% แตะระดับ 1.23 ล้านล้านหยวน

สำหรับมูลค่าการค้าสินค้าของจีนในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 8.7% สู่ระดับ 2.73 ล้านล้านหยวน เป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้าระหว่างจีนกับสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 17.6% กลุ่มประเทศอาเซียน เพิ่มขึ้น 7.8% และญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 6.5%

ส่วนมูลค่าการค้าระหว่างจีนกับประเทศตามเส้นทางสายไหมใหม่ หรือ Belt and Road พุ่งขึ้น 11.5% สู่ระดับ 770,800 ล้านหยวน

แต่การส่งออกจากจีนไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 1.9% ขณะที่ยอดนำเข้าทรุดตัวลง 38.6% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชะลอตัวลง หลังจากในปี 2018 ที่ผ่านมา จีนยังคงมีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 323,000 ล้านดอลลาร์ จากปีก่อนหน้าที่มีการเกินดุล 275,000 ล้านดอลลาร์