Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก หุ้นโลกขานรับ”เฟดคงดอกเบี้ย-สงครามการค้าส่อยุติ”

หุ้นโลกขานรับ”เฟดคงดอกเบี้ย-สงครามการค้าส่อยุติ”

891
0
SHARE
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

จับตาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมสัปดาห์นี้ ยุตินโยบายดูดซับสภาพคล่องเพื่อลดภาระ QE ในงบดุล พร้อมแจงนโยบายดอกเบี้ยที่ชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ หลังจากที่ได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

การปรับลดงบดุลของเฟดในช่วงที่ผ่านมา ได้มียอดลดลงจาก 4.5 ล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4.0 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ เฟดมีการใช้นโยบายที่เข้มข้นในการดูดซับสภาพคล่องกลับคืนโดยมีเป้าหมายที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์หลังจากปี 2020 ผ่านพ้นไป

ขณะที่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวอย่างเชื่อมั่น ถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ แต่อาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมทั้งยังไม่พบเหตุผลว่า เหตุใดเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เจอโรม พาวเวล ได้กล่าวปกป้องแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ไม่ได้เป็นเพราะผลกระทบจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โจมตีเฟดโดยใช้แรงกดดันทางการเมืองนั้น ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของเฟด ซึ่งเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

ประธานเฟดยังมั่นใจว่า ผู้นำสหรัฐจะไม่สามารถปลดเขาออกจากตำแหน่งได้ โดยจะทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานเฟดจนครบวาระ 4 ปี ส่วนการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายของเฟดจะตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสมกับชาวอเมริกัน ถึงแม้ว่าจะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ทั้งนี้ เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมเดือนมกราคม หลังจากที่มีการขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปี 2018 ซึ่งนับจากเดือนธันวาคม 2015 เฟดได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 9 ครั้งแล้ว แต่แนวโน้มจากนี้ไป เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง และความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมีมากขึ้น

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว เฟดสาขานิวยอร์กได้รายงานถึงดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 3.7 จุดในเดือนมีนาคม จากระดับ 8.8 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ รวมทั้งดัชนีเกี่ยวกับการจ้างงาน ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ และดัชนีคาดการณ์ธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าล้วนปรับตัวลง

ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.4% และยังเป็นการปรับตัวลง 0.5% ในเดือนมกราคม โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของการผลิตรถยนต์, เครื่องจักร และเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากผลของสงครามการค้าสหรัฐและจีนในช่วงปีที่ผ่านมา

แต่สำหรับภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีททีตอบรับโดยดีดตัวขึ้น จนดัชนี S&P 500  ปิดเมื่อวันศุกร์ทะลุระดับ 2,800 อีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยนักลงทุนกำลังจับตามองผลการประชุมเฟดในช่วงวันที่ 20-21 มีนาคมนี้

ดัขนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,848 เพิ่มขึ้น 138.93 จุด หรือ 0.54% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,822 เพิ่มขึ้น 14.00 จุดหรือ 0.50% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,688 เพิ่มขึ้น 57.62 จุด หรือ 0.76%

นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนได้รับประกันว่าจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ระบุว่าจีนจะใช้มาตรการที่แข็งแกร่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลีงชะลอตัวลงจากผลกระทบของข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวสู่ขาลง ด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ ซึ่งหมายถึงกำลังซื้อของประชาชนจีนกว่า 100 ล้านครัวเรือน โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าจ้างสำหรับแรงงานหน้าใหม่ที่จบการศึกษาในระดับวิทยาลัยจะมีการขึ้นค่าจ้างจากเงินเดือนที่ 7,600 หยวน หรือ 1,100 ดอลลาร์ เป็นเดือนละ 10,000 หยวน กรือ 1,500 ดอลลาร์

ขณะเดียวกันนักลงทุนมีความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมากล่าวว่า ความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีน  คาดว่า สหรัฐจะได้รับทราบในอีกช่วง 3-4 สัปดาห์ข้างหน้านี้