Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล สงครามการใกล้ปิดฉาก ระวังควันหลงจากเจรจารอบใหม่

สงครามการใกล้ปิดฉาก ระวังควันหลงจากเจรจารอบใหม่

1200
0
SHARE
สหรัฐฯ - จีน

สหรัฐจีนจะปิดฉากบรรลุข้อตกลงการค้าของ 2 ประเทศภายในเดือนเมษายนหรือต้นพฤษภาคมนี้ ที่อาจจะเป็นแค่เพียง End Game แต่จะไม่ยุติการเจรจาที่ยังคงมีข้อขัดแย้งอย่างต่อเนื่องต่อไปเพราะยังไม่ได้เป็น Final Deal เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยถึงการพบปะหารือกับทีมเจรจาการค้าของจีนที่นำโดยหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันพฤหัสฯว่า สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้า โดยจะมีการประกาศการบรรลุข้อตกลงการค้าใน 4 สัปดาห์ข้างหน้านี้ เพราะหากไม่มีการทำข้อตกลงก็เป็นเรื่องยุ่งยากที่การค้าระหว่าง 2 ประเทศจะดำเนินไปด้วยดี 

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ประเด็นต่างๆ ที่เคยเป็นปัญหาก่อนหน้านี้สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้แล้ว แต่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ในหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสุดยอดร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเกิดขึ้นเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีการทำข้อตกลงการค้าร่วมกัน

ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ส่งสาส์นถึงประธานาธิบดีทรัมป์ถึงความคืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับข้อตกลงทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา จากการเปิดเผยของหลิว เหอ ซึ่งผู้นำจีนได้สนับสนุนให้ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงให้ความเคารพซึ่งกันและกันในความเสมอภาค และมีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งการแก้ไขความกังวลเพื่อให้การเจรจาได้สรุปข้อตกลงเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

พร้อมกับเรียกร้องให้สรุปการเจรจาในข้อตกลงเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเร็วขึ้น โดยถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐในการเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจ ซึ่งผู้นำจีนพร้อมจะติดต่อกับผู้นำสหรัฐอย่างใก้ลชิดผ่านทางวิธีการต่างๆ

ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตของตลาดการเงิน ที่เชื่อว่า ถึงแม้สหรัฐและจีนจะปิดฉากบรรลุข้อตกลงการค้าของ 2 ประเทศภายในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้อาจจะเป็นแค่เพียง End Game แต่การเจรจาจะยังไม่ยุติโดยที่ยังคงมีข้อขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่ได้เป็น Final Deal แต่อย่างใด

ในปีที่แล้วสหรัฐและจีนมีการค้าระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า 660,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าสินค้าจากจีนของสหรัฐจำนวน 540,000 ล้านดอลลาร์ และเป็นการส่งออกสินค้าของสหรัฐไปยังจีนจำนวน 120,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าขาดดุลการค้าสูงถึง 420,000 ล้านดอลลาร์

ดังนั้น ประเด็นที่สหรัฐรุกจีนหนัก คือเรื่องที่โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับรัฐมนตรีที่เป็นทีมเจรจาของสหรัฐต้องการกดดันให้จีนต้องทำการปฏิรูปเศรษฐกิจและการค้าตามข้อผูกพันที่กำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าสหรัฐกับจีนอย่างจริงจัง ไม่ใช้เพียงแค่การเสนอกรอบเวลาในการดำเนินการเท่านั้น 

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า สหรัฐและจีนกำลังร่างข้อตกลงการค้า หลังจากที่โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เริ่มเจรจารอบใหม่กับนายหลิว เหอ ที่สามารถแก้ไขประเด็นสำคัญๆ ส่วนใหญ่แล้ว ทั้งข้อตกลงที่จีนจะต้องเพิ่มการนำเข้าสินค้าทางเกษตรจากสหรัฐ เช่น ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์พลังงานถึงปี 2025 

รวมถึงการเปิดทางให้บริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในจีนนั้นถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทได้ถึง 100% โดยหากจีนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ สหรัฐก็จะใช้มาตรการตอบโต้ ในขณะที่จีนได้ยื่นข้อเสนออื่นเพิ่มเติม เกี่ยวกับสิ่งที่จีนจะดำเนินการต่อเนื่องภายในปี 2029 ซึ่ง ข้อเสนอดังกล่าว ไม่ได้มีผลผูกพันในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนครั้งนี้ ซึ่งสหรัฐก็อาจไม่ใช้มาตรการตอบโต้หากจีนไม่ทำตามข้อเสนอ

สำหรับประเด็นที่ยังคงมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้ในข้อตกลงดังกล่าว โดยจีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของจีนในขณะนี้ ส่วนสหรัฐต้องการให้จีนยอมรับเงื่อนไขที่เกี่ยวกับกลไกในการบังคับใช้ เพื่อรับประกันว่าจีนจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง

ตลอดช่วงของการเจรจาถึง 9 ครั้งนับตั้งแต่ที่มีการพักรบกันในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ G-20 ที่อาร์เจนตินา เมื่อเดือนธันวาคม 2018 มีรายงานว่า ในช่วง 9 เดือนของสงครามการค้าที่เกิดจากการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าระหว่างกันตั้งแต่กลางปีที่แล้วนั้น คิดเป็นมูลค่าการค้าถึง 360,000 ล้านดอลลาร์ 

โดยที่สหรัฐเป็นฝ่ายเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายจีนตอบโต่ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ 110,000 ล้านดอลลาร์