Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล เมื่อ”สหรัฐ-จีน”หลังชนกำแพง สงครามการค้าก็ยากยุติ

เมื่อ”สหรัฐ-จีน”หลังชนกำแพง สงครามการค้าก็ยากยุติ

962
0
SHARE
สหรัฐฯ - จีน

การเจรจาการค้าสหรัฐและจีนรอบล่าสุดช่วงสัปดาห์ที่แล้ว เดินมาถึงจังหวะที่หันหลังชนกำแพงทั้ง 2 ประเทศ โดยที่ไม่สามารถหาข้อยุติกันได้

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 10% เป็น 25% มูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมให้ดำเนินการในอันดับต่อไปสำหรับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมอีก 325,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจพบปะกันในการประชุมสุดยอด G-20 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ที่เมืองโอซากา ญี่ปุ่น 

ทั้ง 2 ผู้นำได้เคยพบปะกันมาแล้วครั้งหนึ่งในระหว่างการประชุม G-20 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 ที่อาร์เจนตินา ได้นำมาซึ่งการยุติสงครามการค้าชั่วคราว และเปิดทางให้มีการเจรจาทางการคัาระหว่างสหรัฐและจีนในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่อาจจะสรุปข้อตกลงใดๆ 

ทั้งนี้ แลร์รี่ คุดโลว์ ยอมรับว่า การจะพบปะกันในการประชุมเดือนหน้านั้นยังไม่มีแผนการแน่นอนสำหรับผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่สหรัฐและจีนกำลังเผชิญกับทางตันในขณะนี้ ท่ามกลางการเรียกร้องของสหรัฐที่ต้องการให้จีนรักษาคำมั่นในการแก้ไขกฎหมายอย่างจริงจัง

แต่จีนได้ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดปัจจัยใดๆ ที่เป็นการทำลายผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งถูกบังคับให้ต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ด้วยความจำเป็น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันมากที่สุดของการทำสงครามการค้าของสหรัฐกับจีน ซึ่งส่งผลให้จีนต้องประกาศว่าเสียใจต่อตัดสินใจดังกล่าว 

นอกจากนี้ ในการเจรจาการค้าสหรัฐและจีน ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสฯและวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เพราะนอกจากการเจรจาที่ไม่สามารถหาข้อยุติกันได้ โดยผู้นำสหรัฐสั่งเดินหน้ากดดันจีนอย่างเต็มที่ หวังแก้ปัญหากระบวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมในรอบ 20 ปี 

อีกทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ทวีตเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า จีนได้ละเมิดข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกับสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยี แต่ยังพยายามหาทางเจรจากับสหรัฐอีก 

ถึงแม้ว่า การใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนจะส่งผลต่อการส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐไปยังจีนต้องตกต่ำลงมากที่สุดในรอบ 16 ปีก็ตาม

ทางด้านพีเพิลส์ เดลี่ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายผิดคำพูดในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ทำให้การเจรจาการค้าไม่ประสบผลสำเร็จ จึงเป็นเรื่องที่สหรัฐควรต้องรับผิดชอบทั้งหมด 

ขณะที่หลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า จีนและสหรัฐได้ตกลงที่จะจัดการเจรจาการค้ากันอีกที่กรุงปักกิ่ง  แต่ยังเชื่อว่าจะบรรลุข้อตกลงการค้า ถึงแม้ว่า ยังมีบางประเด็นสำคัญที่จีนไม่ยินยอม โดยได้แสดงการคัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อการขึ้นภาษีนำเข้าครั้งล่าสุด พร้อมกับยืนยันว่าทำการตอบโต้สหรัฐ 

ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจรนที่รุนแรงขึ้นนี้ ได้ส่งผลต่อตลาดหุ้นล่วงหน้าของวอลล์สตรีท โดยที่ดัชนี Dow Futures ร่วงลงถง 270 จุดหรือราว 1% ส่วน S&P Futures ปรับต้วลง 0.9% รวมทั้ง Nasdaq Futures ร่วงลงกว่า 1%

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีการปรับตัวลงในวันจันทร์ โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนร่วงลง 1% ในช่วงเปิดตลาด และดัชนีนิกเกอิ 225 ญี่ปุ่น ร่วงลง 0.5% ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเนื่องใวันหยุด