Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก สงครามการค้าออกฤทธิ์ เงินหยวนอ่อน2.5% ทรัมป์อัดฉีดเงินช่วยเษตรกร

สงครามการค้าออกฤทธิ์ เงินหยวนอ่อน2.5% ทรัมป์อัดฉีดเงินช่วยเษตรกร

858
0
SHARE
เงินหยวน

เงินหยวนอ่อนค่าลง 2.5% ในช่วง 7 วันซื้อขายที่ผ่านมา แตะระดับ 6.9 หยวนต่อดอลลาร์ จากผลกระทบของสงครามกาค้าระหว่างสหรัฐและจีนรอบล่าสุด 

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตเมื่อวันอังคารระบุว่า สหรัฐกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นจากการทำข้อตกลงการค้ากับจีน พร้อมแนะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยชี้ให้ดูตัวอย่างของธนาคารกลางจีนที่มีการอัดฉีดสภาพคล่องให้กับตลาดการเงินภายในประเทศเพื่อรับมือกับปัญหาข้อขัดแย้งทางกาค้ากับสหรัฐ

ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนรายงานซึ่งบ่งชี้ว่า ปริมาณเงินหยวนในตลาดซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศในเดือนเมษายนได้ปรับตัวลดลง เป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน จากปริมาณเงินทุนที่มีอยู่ในระดับ 21.25 ล้านล้านหยวน หรือราว 3.17 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 861 ล้านหยวนจากเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตาม เงินหยวนยังคงไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้โดยเสรี ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้เข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศที่ได้จากยอดเกินดุลการค้า และฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเนื่องจากการลงทุนของต่างชาติในจีน เพื่อเพิ่มปริมาณเงินทุนเข้าสู่ตลาดเงิน ซึ่งสะท้อนถึงกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ และสภาพคล่องสกุลเงินหยวนภายในประเทศ

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสะท้อนจากกระแสเงินทุนที่เคลื่อนย้ายนั้น ลดลงที่ระดับ 3.094 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน เทียบกับจำนวน 3.098 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้มีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ของสถาบันการเงินในกลุ่มประเทศตะวันตกว่า แนวโน้มที่เงินหยวนอ่อนค่าลงอาจจะแตะที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์ในปีนี้

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทวีตข้อความที่ระบุว่า เฟดควรปรับลดดอกเบี้ย เพื่อที่สหรัฐจะเป็นฝ่ายชนะในการทำสงครามการค้ากับจีน พร้อมกับชี้ว่า จีนกำลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และอาจปรับลดดอกเบี้ย เหมือนที่เคยทำมาก่อน เพื่อชดเชยให้กับภาคธุรกิจที่กำลังสูญเสียในการทำสงครามการค้า

 หากเฟดทำการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับจีน ก็จะถือเป็นการจบเกม โดยที่สหรัฐจะเป็นฝ่ายชนะและกดดันให้จีนต้องหันมาทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

สงครามการค้าที่กำลังเริ่มรอบใหม่นี้ เกิดขึ้นจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความล้มเหลวในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากไม่สามารถยุติข้อตกลงการค้ากันได้ ส่งผลให้สหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ที่ระดับ 25% จากระดับ 10% เมื่อวันศุกร์ ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ที่ระดับ 25% จากระดับ 5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนยันสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลง จากการที่เม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และการจ้างงานที่กลับมาสู่สหรัฐ จากที่สหรัฐกำลังเจรจาการค้ากับอีกหลายประเทศ โดยที่สหรัฐจะยอมรับข้อตกลงทางการค้าที่จะให้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดเท่านั้น

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะทำข้อตกลงการค้ากับจีน โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อมิตรภาพกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งสิ่งนี้จะต้องเป็นข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับสหรัฐ รวมทั้งจะต้องได้รับการชดใช้ความเสียหายจากการค้าที่มีกับจีน โดยจะต้องใช้เวลาอีก 3-4 สัปดาห์จึงจะทราบว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความสำเร็จหรือไม่ หรืออาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่มีการคาดกันไว้ 

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีคำสั่งให้คณะทำงานของทำเนียบขาวเตรียมมาตรการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรอเมริกันในวงเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์ ซี่งนับเป็นครั้งที่ 2 จากครั้งแรกที่ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 12,000 ล้านดอลลาร์

โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 นั้น การส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐไปยังจีนได้ลดลงต่ำสุดในรอบ 16 ปี ในทิศทางเดียวกับสัญญาการซื้อขายถั่วเหลืองในตลาดล่วงหน้าได้ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี